posttoday
อิทธิพลสยายปีกตราด...เมืองที่ถูกลืม

อิทธิพลสยายปีกตราด...เมืองที่ถูกลืม

22 ธันวาคม 2553

ใกล้จะสิ้นปี 2553 เป็นอีกปีที่ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาทางการเมืองอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากส่งออกแล้ว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังเป็นแหล่งที่มาของรายได้เข้าประเทศที่สำคัญ

ใกล้จะสิ้นปี 2553 เป็นอีกปีที่ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาทางการเมืองอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากส่งออกแล้ว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังเป็นแหล่งที่มาของรายได้เข้าประเทศที่สำคัญ

 

อิทธิพลสยายปีกตราด...เมืองที่ถูกลืม

ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวก็เป็นอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวสูง เพราะทุกประเทศก็หวังรายได้จากนักท่องเที่ยวเหมือนกันหมด แต่ใครดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวได้มากนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น

แต่ต้องหมายรวมถึงความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ทั้งที่พัก การกินการใช้ ที่สำคัญคือน้ำใจของคนท้องถิ่น จะเอื้ออาทรต่อนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน หากพื้นที่เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่นักท่องเที่ยวว่าชอบหลอกลวงรีดไถนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะหลอกขายของแพงๆ หรือชอบคิดค่าบริการเกินจริง ประเภทขูดเลือดขูดเนื้อ หนักไปจนถึงขั้นมีมาเฟียคอยข่มขู่ หากเป็นแบบนี้ ต่อให้มีธรรมชาติแสนสวยงามเพียงใด นักท่องเที่ยวก็หนีหายหมด

ในบ้านเราแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลไม่ว่าจะเป็นหาดทรายสวย เกาะแก่งต่างๆ ที่สวยงามติดอันดับโลก นอกจากมีอยู่ทางภาคใต้แล้วภาคตะวันออกไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง ไล่ตั้งแต่ จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยเฉพาะ จ.ตราด แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อาทิ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด และเกาะน้อยใหญ่ต่างๆ อีกกว่า 20 เกาะ

ล้วนเป็นสถานที่อันขึ้นชื่อลือชาไม่แพ้เกาะสมุยจากทางภาคใต้ แต่เมื่อเห็นตัวเลขการพัฒนาทางเศรษฐกิจของ จ.ตราด แล้วกลับน่าแปลกใจ ทั้งที่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูง มีนักท่องเที่ยวแห่แหนไปเที่ยวกันมืดฟ้ามัวดิน เนื่องจากการคมนาคมสะดวกสบาย ที่สำคัญไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นั่นเอง

แต่รู้หรือไม่ประชากรกลับมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพียง 92,532 บาทต่อปี เป็นอันดับที่ 5 ของภาคตะวันออก หรืออันดับที่ 29 ของประเทศ เหนือกว่าเฉพาะจังหวัดที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม อย่าง จ.สระแก้ว หรือปราจีนบุรี ฯลฯ เท่านั้น พูดแล้วน่าเจ็บใจ

ในขณะเดียวกันตัวเลขนักท่องเที่ยวในแต่ละปีของ จ.ตราด มีนักท่องเที่ยวเพียง 1ล้านคน นำรายได้มาสู่จังหวัดเพียงปีละ 8 ล้านบาทเศษเท่านั้น ซึ่งเทียบกันไม่ติดกับจังหวัดที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น จ.กระบี่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละเกือบ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวนี้เองทำให้ จ.กระบี่ สามารถสร้างงานให้กับคนท้องถิ่นได้ปีละหลายหมื่นตำแหน่ง และเฉพาะปีนี้เพียงปีเดียวได้รับเงินส่งเสริมการท่องเที่ยวจากรัฐบาลเป็นเงินกว่า 74 ล้านบาท

รู้หรือไม่ทำไม จ.ตราด มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ดีเลิศขนาดนี้ แต่กลับมีการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ก็ได้คำตอบที่น่าตกใจมากเข้าไปอีกว่า ไม่ใช่เพราะนักท่องเที่ยวไม่รู้จัก เพราะเกาะช้างก็มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ แต่ปัญหาที่สำคัญ คือ มีกลุ่มผลประโยชน์นอกระบบ หรือมาเฟียเข้ามาครอบงำนั่นเอง อาจเพราะเป็น จ.ตราด อยู่ติดกับชายแดน ทำให้เกิดกลุ่มมาพยายามขัดขวางความเจริญในทุกรูปแบบ หรือแม้แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือธุรกิจที่ถูกกฎหมาย

ก็จะถูกขัดขวางจากกลุ่มมาเฟียที่ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายตลอดเวลา และเมื่อใดที่รัฐบาลพยายามเข้าไปแก้ไข หรือจะมีใครเข้าไปริเริ่มธุรกิจใหม่ ก็จะเกิดการต่อต้านในรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นทันที เรียกว่าระดมพลกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งคนท้องถิ่นเองก็รู้ดีว่ากลุ่มมาเฟียดังกล่าวมีใครบ้าง

ด้วยเหตุนี้ จ.ตราด จึงถูกทำให้เหมือนเป็นเมืองที่ถูกลืม หรือเมืองที่มองไม่เห็น แม้จะมีเกาะช้างมาช่วยเรียกแขกเรียกนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในจังหวัด แต่ปรากฏว่านักท่องเที่ยวใช้ จ.ตราด เป็นทางผ่านเพื่อข้ามไปเกาะช้างเท่านั้น

อีกทั้งงบการลงทุน หรือพัฒนาธุรกิจต่างๆ ก็ถูกขัดขวางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมชั้นดีสำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่มีระดับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านอาหารที่รองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลาย รวมทั้งระบบคมนาคมและสาธารณูปโภค ฯลฯ อะไรก็ตามที่จะนำความเจริญมาสู่จังหวัด อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว กระจายรายได้ให้กับคนในจังหวัดได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนและผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้จะถูกขัดขวางจากกลุ่มผลประโยชน์ทั้งสิ้น

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมองปัญหาให้ทะลุ และทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ดี การพัฒนาเป็นเรื่องที่ควรทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ภายใต้รูปแบบที่สมประโยชน์กับทุกฝ่าย ไม่ใช่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง จนเสียประโยชน์ไปทั้งสองด้าน มิเช่นนั้นแล้ว ตราดจะเป็นจังหวัดที่น่าเสียดายที่มีแหล่งทรัพยากรอันล้ำค่า แต่กลับไม่รู้จักนำมาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง จนต้องล้าหลังจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกที่มีทรัพยากรแบบเดียวกัน

แน่นอนที่สุด กลุ่มผลประโยชน์ดั้งเดิม หรือมาเฟียประจำจังหวัด ย่อมไม่ต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาของจังหวัด เพราะพวกเขาจะไม่สามารถผูกขาดธุรกิจ หรือกอบโกยความร่ำรวยกันได้สะดวกมือเหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของชาติตรงนี้ให้เข้มงวด เพื่อไม่ให้พวกเสือหิวหรือพวกเสือนอนกินเหล่านี้ กอบโกยสมบัติของชาติเข้ากระเป๋าอีกต่อไป พอกันที ชาวตราดต้องการอนาคตต้องการความเป็นธรรม และความเจริญรุ่งเรืองของจังหวัด !!!

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก