posttoday
อาฟตากับเงินเฟ้อ

อาฟตากับเงินเฟ้อ

16 ธันวาคม 2553

ในปีหน้าอัตราเงินเฟ้อจะกัดกร่อนเศรษฐกิจของไทยไม่ให้เติบโตได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากเป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน ราคาสินค้าการเกษตรของโลกซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้

อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากจากเงินทุนไหลเข้า ทำให้เงินเฟ้อที่ควรจะสูงกว่านี้ ก็ไม่สูงจนน่ากลัวเกินกว่าเหตุ

แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ การที่ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 กรณีที่ประเทศไทยต้องยกเลิกโควตานำเข้าสินค้า 23 รายการ และลดภาษีสินค้าการเกษตรเหลือ 0% ยกเว้น เมล็ดกาแฟ มันฝรั่ง และเนื้อมะพร้าวแห้งที่ภาษีเป็น 5%

เมื่อภาษีนำเข้าเหลือ 0% แต่สินค้าการเกษตรหลายชนิดที่ประชาชนบริโภค คือ ข้าว น้ำมันปาล์ม กลับมีราคาแพงขึ้นมาก ทั้งที่หากไม่เพียงพอสามารถนำเข้าจากประเทศในกลุ่มอาเซียนได้

รวมทั้งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าอีกหลายชนิดที่มีภาษีเหลือ 0% ก็ไม่ได้ทำให้ราคาสินค้าลดลง ราคาสินค้ากลับเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้นรัฐบาลน่าจะกลับไปตรวจสอบรายละเอียดหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมราคาสินค้าแทนที่จะถูกลงกลับแพงขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์น่าจะคิดหนทางใหม่ในการปรับปรุงการดูแลราคาสินค้าใหม่ การจะใช้วิธีขอความร่วมมือ หรือจัดโครงการธงฟ้าเพื่อแทรกแซงราคาตลาดนั้นแทบจะไม่ได้ผลอะไร เพราะสินค้าที่เข้าร่วมโครงการธงฟ้า ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เหมือนให้ประชาชนต้องเลือกว่าอยากได้ของถูกก็ไม่ได้ซื้อของถูกใจ

เมื่อมีอาฟตาขึ้นมาแทนที่จะทำให้ราคาสินค้าลดลง กลับทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ และในปีหน้าจะมีการปรับปรุงลดภาษีลงอีก ดังนั้นจึงควรจะกลับไปดูที่ต้นทุนราคาสินค้าเสียใหม่ว่า ราคาแพงขึ้นเนื่องจากกลไกตลาดจริง หรือมีการกักตุนราคาสินค้ากันแน่

รัฐบาลควรจะแก้ปัญหาราคาสินค้าแพงแบบบูรณาการได้แล้ว เนื่องจากวิธีเก่าไม่ได้ผล ก็ต้องหาวิธีอื่นทำให้ราคาสินค้าลดลงเหมาะสมกับค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเจอ

หากรัฐบาลไม่วางแนวทางการกำหนดราคาสินค้าให้ดี ปัญหาเมื่อขึ้นค่าแรงก็จะมีการขึ้นราคาสินค้าตลอดไป และเท่ากับว่าค่าแรงขึ้นแทบจะไม่ได้อะไรจากการขึ้นค่าแรงงานเลย

น่าแปลกใจที่กระทรวงพาณิชย์มักจะถูกมองว่าซูเอี๋ยกับพ่อค้า คือหลับตาข้างหนึ่งใช้วิธีขอร้องไม่ให้ขึ้นราคา แทนที่จะเข้าไปดูต้นทุนที่แท้จริงและหากเห็นว่าเอาเปรียบผู้บริโภคจนเกินงามต้องสั่งให้ลดราคาลงมาเลย ไม่ใช่ไปขอร้องให้ลดราคา ดูแล้วเหมือนพ่อค้าคุมกระทรวงพาณิชย์มากกว่ากระทรวงพาณิชย์ดูแลพ่อค้า

ดังนั้น รัฐบาลยังกลับตัวแก้ไขปัญหาได้ อย่าปล่อยให้พ่อค้าเอาเปรียบประชาชนอยู่อย่างนี้เลย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ