
ม.เกษตรฯตั้งฉายารัฐเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว
สมาคมรัฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ ตั้งฉายารัฐบาล "เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว" ตุลาการ "ไม้บรรทัดคู่สู้สิบทิศ" อัดองค์กรอิสระเป็น "สากกะเบือดิน" ปชป. เป็น "อิเหนาหุ้มเกราะ" พท.ได้ฉายา "พรรคเพื่อใคร"
สมาคมรัฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ ตั้งฉายารัฐบาล "เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว" ตุลาการ "ไม้บรรทัดคู่สู้สิบทิศ" อัดองค์กรอิสระเป็น "สากกะเบือดิน" ปชป. เป็น "อิเหนาหุ้มเกราะ" พท.ได้ฉายา "พรรคเพื่อใคร"
สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ชุมนุมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรมตั้งฉายาสถาบันทางการเมืองขึ้น โดยการมีส่วนร่วมของนิสิต ทั้งที่สังกัดภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะอื่น เร่ิมตั้งแต่ฉายารัฐบาล คือ “เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว” เนื่องจากประกอบไปด้วย “เส้นใหญ่” ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย
ส่วนที่เป็นผัดซีอิ๊วเนื่องจากมีสีดำเสมือนข่าวคาวความฉ้อฉลของรัฐบาลชุดนี้ ที่แม้ นายอภิสิทธิ์ พยายามอย่างสุดฤทธิ์ในการแสดงตนว่าเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่นแต่อย่างใด หากแต่การอยู่ร่วมในรัฐบาลเดียวกัน อีกทั้งผัดซีอิ๊วยังประกอบด้วยผักคะน้า “สีเขียว” และไข่ไก่ “สีเหลือง” อีกด้วย เช่นเดียวกับที่รัฐบาลนี้ ที่ต้องการแบ็คอัพคือกองทัพและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ฉายาของ “ตุลาการ” คือ “ไม้บรรทัดคู่สู้สิบทิศ” เนื่องจากรอบปีที่ผ่านมา สังคมไทยเกิดข้อสงสัยอย่างยิ่งโดยกว้างขวาง ว่ามาตรฐานหรือไม้บรรทัดของตุลาการไทยอาจจะมิได้มีเพียง 1 อัน โดยเฉพาะ เมื่อพิจารณาจากการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และมาตราฐานหรือไม้บรรทัด 2 อันของตุลาการนี้ ตุลาการก็ได้ใช้มันต่อสู้ฟาดฟันกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากซีรี่ส์คลิปวิดิโอที่เผยแพร่ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ฉายาของ “รัฐสภา” คือ “สภามวยโลก” เนื่องจากสมาชิกรัฐสภากลับใช้รัฐสภาเป็นสถานที่ทะเลาะเบาะแว้งกันเอง โดยมุ่งหมายเพียงเอาชนะคะคานด้วยคำพูดที่หยาบคาย ใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกาย ตลอดจนขว้างปารองเท้าใส่กัน อันเป็นพฤติกรรมที่วิจารณญาณของวิญญูชนทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นถึงความไร้อารยธรรมของผู้ที่เรียกตนเองว่าเป็นผู้ทรงเกียรติ
ฉายาของ “พรรคประชาธิปัตย์” คือ “อิเหนาหุ้มเกราะ” เนื่องจากสำนวน “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” ที่เมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้านได้โจมตีการใช้นโยบายประชานิยมซื้อใจประชาชน การทุจริตคอรัปชั่น ตลอดจนการตัดสินใจดำเนินการต่างๆ ต่อผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมขับไล่รัฐบาล แต่เมื่อเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ เลือกใช้นโยบายประชานิยมมีตัวเลขการทุจริตคอรัปชั่นที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังมีชุดเกราะของกองทัพคอยปกป้องคุ้มครองอยู่อย่างแน่นหนา
ฉายา "พรรคเพื่อไทย" คือ "พรรคเพื่อใคร ?" เนื่องจากรอบปีที่ผ่านมา นโยบายสำคัญที่พรรคเพื่อไทยผลักดัน และนำมาหาเสียงคือ “การนำทักษิณกลับบ้าน” นโยบายด้านอื่นเป็นรอง คำถามที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนี้จึงเป็นลำดับความสำคัญของพรรคที่มี"ประชาชน" หรือ "ใคร"เป็นสำคัญกันแน่
ฉายา "องค์กรอิสระ" คือ "สากกะเบือดิน" เนื่องจากปีที่ผ่านมา องค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ล้วนแต่ล้มเหลวในการปฏิบัติงานตรวจสอบอำนาจรัฐโดยสิ้นเชิง ยืนยันถึงความนิ่งเป็นสากกะเบือ ทั้งยังเป็นสากกะเบือที่ทำจากดิน ไม่สามารถตำอะไรได้เลยสักอย่าง เพราะคราวใดที่พยายามดันทุรังตำเข้าไปจริงๆ ก็พบว่าตนเองนั่นแหละที่ต้องแตกแหลกเป็นผงธุลี
ฉายา "กองทัพ" คือ "ทัพไทยหมื่นล้านประสานงานปราบม็อบ" เนื่องจากกองทัพบก ที่โดดเด่นคือ การเป็นเกราะคุ้มครองรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ โดยทุ่มเทสรรพกำลังและยุทโธปกรณ์ เพื่อสลายการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนฝ่ายตรงข้าม ภายใต้วาทกรรมการกระชับวงล้อมเพื่อขอคืนพื้นที่ ทั้งที่ภารกิจหลักของกองทัพอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยัง สร้างความเคลือบแคลงสงสัย ถึงการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ปีละหลายหมื่นล้านบาท
ฉายา "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" (สตช.) คือ "สำนักงานตำรวจขูดรีด (สตข.)" เนื่องจาก มีตำรวจจำนวนมากที่นอกจากจะไม่ใส่ใจในหน้าที่ กลับมุ่งมั่นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรีดไถ การตั้งด่านลอย การค้ามนุษย์ รวมถึงการเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ นำมาสู่การวิ่งเต้นโยกย้ายเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง อันเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ สมควรถูกประฌาม รวมถึงยอมรับไม่ได้อย่างยิ่งอีกต่อไป







