
ขอบคุณแคนคูน
จบลงไปแล้วสำหรับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก ซึ่งแม้บรรลุความคืบหน้าแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี
บทบรรณาธิการของจาการ์ตาโพสต์ ของอินโดนีเซีย ระบุว่า สัญญาณของความโล่งอกในศูนย์ประชุมของเมืองแคนคูนปรากฏให้เห็นในวันเสาร์ เมื่อคณะผู้แทนจาก 194 ประเทศทั่วโลกสามารถเจรจาผ่าทางตันได้สำเร็จในชั่วโมงสุดท้าย และไม่ว่าจะประนีประนอมจนได้ข้อสรุปที่ปวกเปียกเพียงใด ก็ยังถือเป็นความคืบหน้า
อันที่จริงนั้น ความคาดหวังต่อที่ประชุมแคนคูนนั้นต้องเรียกว่าผ่อนลงไปมากแล้ว หลังจากที่ประชุมโคเปนเฮเกนเมื่อปีก่อนหน้าล้มเหลว
อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่แท้จริงนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข และปัญหาดังกล่าวจะจบลงได้ก็ต่อเมื่อผู้แทนของชาติต่างๆ ยอมถอยเพื่อผ่าทางตันเท่านั้น
หนึ่งในปัญหาสำคัญที่สุดก็คือ ความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มประเทศยากจนและชาติร่ำรวย เรื่องพันธสัญญาที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และอนาคตของข้อตกลงฉบับใหม่ที่จะมาแทนพิธีสารเกียวโต
ปัจจุบันพิธีสารเกียวโตมีผลบังคับใช้ใน 37 ชาติร่ำรวย ทว่ากลับไม่ครอบคลุมประเทศที่ปล่อยก๊าซมากที่สุดอันดับ 2 ในโลกอย่างสหรัฐ และพิธีสารฉบับนี้ก็กำลังจะหมดอายุลงในปี 2012 ประเทศใหญ่อย่าง ญี่ปุ่น และรัสเซีย ค้านหัวชนฝาต่อข้อเสนอให้ยืดอายุพิธีสารเกียวโตโดยยืนยันว่าสหรัฐและจีน ผู้ปล่อยก๊าซมากที่สุดของโลก รวมไปถึงอินเดีย ควรเข้ามาร่วมรับผิดชอบเต็มตัวในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน
แต่ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ รัฐบาลทั่วโลกก็ต้องบรรลุข้อตกลงกันให้ได้ในที่สุด เมื่อภัยแท้จริงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศรุกคืบจนไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือซื้อเวลากันได้อีกต่อไป
คณะผู้แทนราว 1.5 หมื่นคนที่กลับจากแคนคูน อาจรู้สึกว่าตนเองปฏิบัติหน้าที่สำเร็จแล้ว ทว่าภารกิจแท้จริงในการช่วยโลกนั้น ยังไม่จบและต้องเดินหน้าต่อไป







