
พณ.ถกแก้ของแพงสัปดาห์หน้า
พาณิชย์ หวั่นราคาสินค้าพุ่งรับค่าจ้างอัตราใหม่ เรียกผู้ประกอบการถกสัปดาห์หน้า
พาณิชย์ หวั่นราคาสินค้าพุ่งรับค่าจ้างอัตราใหม่ เรียกผู้ประกอบการถกสัปดาห์หน้า
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเชิญกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน เช่น สิ่งทอ มาประเมินสถานการณ์และรับฟังปัญหาจากการปรับขึ้นค่าจ้างอัตราใหม่ เบื้องต้นคาดว่าจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า แบ่งเป็นหมวดอาหารและเครื่องดื่ม มีผลกระทบตั้งแต่ 0.036-0.272% สินค้าที่ได้รับผลกระทบสูงสุดคือ นมถั่วเหลืองยูเอชที ต่ำสุดคือ ยาสีฟัน
หมวดของใช้ประจำวัน กระทบตั้งแต่ 0.012-0.367% สินค้ากระทบสูงสุดคือ แป้งเด็ก ต่ำสุดคือ ยาสีฟัน หมวดกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ กระทบ 0.058-0.627% สูงสุดคือ เยื่อกระดาษ ต่ำสุดคือ กระดาษเช็ดหน้า
หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กระทบ 0.064-0.251% สินค้ากระทบสูงสุดคือ หลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ ต่ำสุดคือ ตู้เย็น หมวดบริภัณฑ์ขนส่ง กระทบ 0.035-0.344% กระทบสูงสุดคือ หมวกนิรภัยต่ำสุดคือ รถยนต์นั่ง หมวดวัสดุก่อสร้าง กระทบ 0.022-0.516% สูงสุดคือ ไม้อัดสลับชั้น ต่ำสุดคือ แผ่นเหล็กรีดร้อน หมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม กระทบ 0.045-0.306% สูงสุดคือ ถุงพลาสติก ต่ำสุดคือ เม็ดพลาสติก
หมวดปัจจัยการเกษตร กระทบ 0.015-0.238% สูงสุดคือ จอบ ต่ำสุดคือ ปุ๋ยเคมี หมวดทั่วไป กระทบ 0.127-1.011% สูงสุดคือ เครื่องแบบนักเรียน ต่ำสุดคือ แถบบันทึกเสียง สรุปแล้วกระทบตั้งแต่ 0.012-1.011% สินค้ากระทบสูงสุดคือ เครื่องแบบนักเรียน ต่ำสุดคือ ยาสีฟัน ขณะที่ค่าบริการพบว่า ค่าขนส่ง (150 กม.)/เที่ยว กระทบ 0.549% ค่าชมภาพยนตร์/ที่นั่ง กระทบ 0.85%
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การขึ้นเงินเดือนและค่าจ้างทั้งระบบไม่กระทบเงินเฟ้อปีหน้า กรอบการขยายตัวยังอยู่ 3.2-3.7% และเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักกลุ่มอาหารและพลังงาน) กำหนดเป้าไว้สูงขึ้น 1%
สำหรับปัจจัยหลักที่คาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นไปถึง 3.7% มาจากราคาสินค้าเกษตรเพิ่ม 15-20% และน้ำมันเฉลี่ยเกิน 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นยาก







