posttoday
40สว.ค้านขึ้นเงินเดือนผู้แทน

40สว.ค้านขึ้นเงินเดือนผู้แทน

13 ธันวาคม 2553

"กลุ่ม 40 สว." ค้านขึ้นเงินเดือน ส.ส.-ส.ว.ชี้ทำงานไร้ประสิทธิภาพ แฉมี 7-8 คนไม่เคยมาประชุมสภาแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่สนับสนุนขึ้นเงินเดือน ครม. เพราะไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง 

"กลุ่ม 40 สว." ค้านขึ้นเงินเดือน ส.ส.-ส.ว.ชี้ทำงานไร้ประสิทธิภาพ แฉมี 7-8 คนไม่เคยมาประชุมสภาแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่สนับสนุนขึ้นเงินเดือน ครม. เพราะไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง 

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงการขึ้นเงินเดือนให้กับส.ส. และ ส.ว. ในอัตรา 14.7-14.9% ว่า หากจะขึ้นเงินเดือนให้กัส.ส.และ ส.ว.ที่ไม่มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี มองว่าไม่เหมาะ เพราะจากการทำงานที่ผ่านมาของส.ส และส.ว.จากหลายสมัย ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องพูดถึงองค์ประชุมไม่ครบ ก็มีหลายเรื่องที่ไม่ควรเพิ่มเงินเดือนให้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเทคนิคของนักการเมืองที่ฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่วอล์กเอาท์ แต่ไม่มาประชุมเลย บางคนมาเซ็นชื่อแล้วกลับ ไม่อยู่รอลงมติ และที่ตนติดตามมีส.ส. 7-8 คน ไม่เคยมาประชุมที่สภาเลยก็มี

40สว.ค้านขึ้นเงินเดือนผู้แทน สมชาย

"การขึ้นเงินเดือนของเอกชน เขาจะพิจารณาการทำงานของพนักงานว่ามีผลงานแค่ไหน ทำงานเป็นอย่างไร แต่พวกส.ส.และ ส.ว.ผมไม่เห็นว่าจะทำงานมีประสิทธิภาพ ผลงานในการออกกฎหมายก็น้อยมาก มีกฎหมายตกค้างในสภาเยอะมาก จนเราไม่มีกฎหมายที่ดีออกมาใช้ เพราะหลายหนการประชุมล่ม ผลงานในคณะกรรมาธิการก็ไม่ชัดเจน และไหนจะเรื่องการตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้าน ก็ยังมีการตรวจสอบที่ไม่มีประสิทธิภาพ"นายสมชาย กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากจะขึ้นเงินเดือนให้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้มากกว่าผู้บริหารขององค์กรรัฐวิสาหกิจ จากหลักแสนเป็นหลักล้าน ตนก็เห็นด้วย ซึ่งจะต้องมีหลักการตรวจสอบการทุจริตที่ชัดเจน เด็ดขาดมากกว่านี้ แต่ถ้าถามว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะกล้าขึ้นเงินเดือนในตำแหน่งนายกฯ มากเท่ากับตที่ตนเสนอหรือไม่นั้น ตนคิดว่านายกฯคงไม่กล้า เพราะกลัวจะมีคนกล่าวหาขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง

"ผมเห็นว่าเงินเดือนของผู้บริหาร ที่เป็นนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 35 คน ควรต้องเพิ่มได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาเงินเดือนของผู้บริหารเหล่านี้ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเลย แต่พอขึ้นเงินคนก็จะถามอีกว่า ยิ่งเพิ่มสูงมากเท่าไหร่การโกงก็จะยิ่งสูงขึ้นตามมา ซึ่งเรื่องนี้สังคมก็ต้องตามตรวจสอบกัน"นายสมชาย กล่าว

ปชป. แจงขึ้นเงินเดือน นักการเมืองไม่หวังคะแนนนิยม  

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ​กล่าวว่า  กรณีการขึ้นเงินเดือนข้าราชการนั้นรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เสนอขึ้นเงินเดือนเฉพาะนักการเมือง เป็นการขึ้นทั้งระบบและมีผลสำหรับนักการเมืองชุดต่อไป ยืนยันว่าการเสนอขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ไม่ได้หวังผลทางการเมือง ​รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเอาใจนักการเมือง เพราะไม่มีผลต่อคะแนนนิยมแต่อย่างใด แต่กลับจะมีผลเสียมากกว่า และรัฐบาลจำเป็นต้องยึดหลักการเพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ

"การขึ้นเงินเดือนดังกล่าวเป็นการขึ้นยกระบบ ถ้าบุคคลใดไม่เห็นด้วยก็ถือเป็นสิทธิ สามารถทำเรื่องขอคืนเงินเดือนส่วนเกินให้กับสำนักงบประมาณได้ ถ้าเห็นว่าการขึ้นเงินเดือนสิ้นเปลืองงบประมาณ ก็ให้ไปเสนอปรับลดจำนวน สส.และ สว.ลงจาก 480 และ 150 คน ถือว่ามีจำนวนมากเกินไป ควรจะเหลือ ส.ส. 300 คนและส.ว. 100 คน ก็จะทำให้เงืนเดือนไม่เกินวงเงินที่ปรับขึ้น" นายเทพไท กล่าว 

กรณ์ ยันต้องขึ้นเงินเดือน สส. – สว. ตามมติคณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยถึงการขึ้นเงินเดือน สส. – สว. ว่าเป็นเรื่องที่ต้องเดินหน้าตามมติของคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ หรือ กงช.  หากประชาชนคนใดเห็นว่า สส. หรือ สว. คนนั้นไม่มีผลงาน หรือไม่ทำงาน ก็เห็นว่าไม่ควรเลือก สส. หรือ สว. คนดังกล่าวเข้ามาทำงานในครั้งหน้า

“จริงๆ แล้ว ขึ้นเงินเดือนใช้เงินไม่มาก เพราะ สส. มีแค่ 480 คน แต่ไม่ใช่ว่าเกลียดนักการเมือง หรือ สส. แล้วจะให้ทำงานแบบไม่มีเงินเดือน ถ้าเห็นว่าคนนั้น คนนี้ไม่ดี ครั้งหน้าก็อย่างไปเลือกเข้ามาทำงานอีก"นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวอีกว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเม็ดเงินในการขึ้นเงินเดือนครั้งนี้จะเอามาจากส่วนไหน เช่น ถ้านำมาจากงบปี 2554 ก็น่าจะดึงมาจากงบกลาง หรือกรณีที่เห็นว่ายังไม่มีงบประมาณเพียงพอก็ให้เลื่อนไปบังคับใช้ในปี 2555 ได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ