posttoday
ผบช.น.แจงยิบตำรวจไม่ได้ใช้กระสุนยางฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายม็อบ

ผบช.น.แจงยิบตำรวจไม่ได้ใช้กระสุนยางฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายม็อบ

14 กุมภาพันธ์ 2564

ตำรวจนครบาลตั้งโต๊ะแจงยิบไม่ได้ใช้กระสุนยางฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายม็อบหน้าศาลฎีกา ยันตำรวจไม่ได้ทำร้ายบุคคลที่อ้างว่าเป็นแพทย์อาสา ย้ำตรวจสอบแล้วไม่มีอาชีพพยาบาลหรือแพทย์ แต่มีหลักฐานยืนยันเป็นบุคคลในม็อบ

เมื่อวันที่  14 ก.พ.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ชพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงสรุปสถานการณ์ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และหน้าศาลฎีกา สนามหลวง เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจได้มีการประกาศแจ้งเตือน แต่กลุ่มผู้ชุมนุม กลับเคลื่อนขบวนไปศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ จึงต้องตั้งแนวกำหนดอาณาเขต เมื่อผู้ชุมนุมมาถึงได้มีการขว้างปาสิ่งของ ก้อนหิน ขวดน้ำ และวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ ซึ่งเป็นระเบิดปิงปอง เป็นเหตุให้มีตำรวจบาดเจ็บ 23 นาย ส่วนใหญ่มีอาการหูอื้อ

ทั้งนี้ เมื่อประกาศให้ยุติการชุมนุม แต่ก็ยังพบมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ก่อเหตุความวุ่นวาย จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการผลักดันผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่ ยืนยันไม่ได้ใช้น้ำฉีด แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เบื้องต้น หลังเกิดเหตุตำรวจควบคุมผู้ชุมนุมได้ 11 ราย โดย 3 รายเป็นกลุ่มที่ไม่ได้อยู้ในการชุมนุม แต่เมาสุรา จึงเปรียบเทียบปรับ และปล่อยตัวไป ส่วนอีก 8 ราย เป็นกลุ่มผู้ชุมนุม มีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. โรคติดต่อฯ และข้อหามั่วสุมกันตั่งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ขณะนี้ถูกคุมตัว อยู่ที่ ตชด.ภาค 1 

สำหรับ กรณีมีคลิปตำรวจทำร้ายบุคคลที่อ้างว่าเป็นแพทย์อาสา นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ที่ปรากฎในคลิปไม่ได้มีอาชีพพยาบาล หรือแพทย์ตามที่กล่าวอ้าง และตำรวจมีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ส่วนการนัดชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ขอความร่วมมือ งดการชุมนุมเนื่องจากเป็นช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 รวมถึงยังเข้าข่ายความผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หากมีการชุมนุมก็ขอให้ให้ความร่วมมือในการผ่านจุดคัดกรอง และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงเช่นนี้อีก

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวถึง กรณีเหตุความวุ่นวายในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง บริเวณสะพานผ่านฟ้าเมื่อเวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ตำรวจ สน.นางเลิ้งได้รับแจ้ง มีการยิงกันเมื่อไปถึงได้รับแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยิงอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ตำรวจจึงพยายามควบคุมตัว แต่ถูกการ์ดและผู้ชุมนุมขัดขวาง พร้อมพยายามชิงตัวผู้ต้องสงสัย จนมาถึงที่ สน.นางเลิ้ง เป็นเหตุให้ตำรวจชุดสืบสวนต้องใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า เพื่อระงับเหตุจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุยิง โดยมีพยานหลักฐานเป็นพยานบุคคล และกล้องวงจรปิด ยืนยันบุคคลดังกล่าวมารับประทานที่ร้านสะดวกซื้อเท่านั้น ส่วนผู้ก่อเหตุตัวจริงยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ และติดตามตัว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเขม่าดินปืนและอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์

สำหรับ ความคืบหน้า ในคดีการชุมนุมที่สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ชุมนุมที่ขึ้นเวทีปราศรัยจำนวน 3 คน ให้มารับทราบข้อหาในวันที่ 18 ก.พ.ในเวลา 10.00น. ที่ สน.ปทุมวัน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ก.พ.พนักงาานสอบสวนสน.ยานนาวา ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 12 คน ให้มารับทราบข้อหา ในวันที่ 19 ก.พ.เวลา 10.00น. โดยในจำนวนนี้มีแกนนำ 3 คน คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ และ นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง

ข่าวล่าสุด

ไทยเบฟ ชวน "ปรับ รับ เปลี่ยน" สู่โลกยั่งยืน ที่บูท SX2026

ไทยเบฟ ชวน "ปรับ รับ เปลี่ยน" สู่โลกยั่งยืน ที่บูท SX2026