
สำนักงานกสทช.เปิดศึกโลกคู่ขนาน 6 บอร์ด วาระสำคัญส่อเป็นหมัน
ศึกโลกคู่ขนาน กสทช.เมื่อสำนักงานฯ เมินมติ 6 บอร์ด ประชุม 6 ครั้ง ยังไร้การปฎิบัติตาม จับตาวระสำคัญ ดาวเทียม ทีวีดิจิทัล งบประมาณ หรือจะกลายเป็นแค่กระดาษเปล่า
โลกคู่ขนานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงดำเนินการต่อไป โดยไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดตรงไหน ท่ามกลางความแครงใจของคนนอกสำนักงานกสทช. ประชาชน และ เอกชน ที่ต่าง งงงวย ว่า แท้ที่จริง แล้ว นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช.ยังมีอำนาจตรงกับสำนักงานอยู่คนเดียว จริงหรือไม่ อย่างที่สำนักงานกสทช.ยืนยันมาโดยตลอด
ขณะที่กรรมการที่เหลืออีก 6 คน ไร้การเหลียวแลจากสำนักงานกสทช.ทั้งที่มติที่ประชุมของบอร์ด 6 คน กว่าจะเริ่มประชุมแต่ละครั้ง ดำเนินการแบบทุลักทุเล และท้ายที่สุดมีมติเดินหน้าในหลายเรื่องสำคัญแล้ว
แต่สำนักงานฯเองกลับออกเอกสารข่าวทุกครั้งที่จบการประชุมว่า กรรมการ กสทช. มาไม่ครบองค์ประชุม จึงไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้ และเมื่อระยะเวลาพ้นกำหนดประชุมไป 30 นาที ประธาน กสทช. จึงสั่งเลื่อนการประชุม กสทช. ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุม กสทช. พ.ศ. 2555 และมีการนัดหมายประชุม กสทช. ครั้งต่อไป ทุกครั้ง ล่าสุดนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 11 พ.ย. 2569
ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล
นอกจากนี้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.ยังออกมาเปิดหน้าชน ออกแถลงการณ์ส่งถึงสื่อระบุว่า กรณีกรรมการ กสทช. 6 ท่าน มีการจัดประชุมนัดพิเศษ ขาดความชัดเจน สำนักงาน กสทช. ได้ทราบความคืบหน้าผ่านการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยยังไม่ได้รับรายงานการประชุม หรือมติที่ประชุมที่นำส่งมาเป็นหนังสือแต่อย่างใด
โดยเน้นย้ำว่า การประชุม กสทช. นัดพิเศษ ของกรรมการ กสทช. 6 ท่าน สำนักงาน กสทช. ได้รับทราบว่ามีการสั่งการจากที่ประชุมให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. เข้าร่วมทำหน้าที่ในที่ประชุม หรือให้เข้าชี้แจงข้อมูล โดยไม่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสำนักงาน กสทช.
อีกทั้งยังมีหลายประเด็นที่ไม่เป็นไปตามที่เคยแจ้งสำนักงาน กสทช. อาทิ การบรรจุระเบียบวาระการประชุม กสทช. นัดพิเศษ เป็นการบรรจุวาระ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายหรือระเบียบข้อใด ซึ่งกรรมการ กสทช. เคยมีหนังสือแจ้งว่าจะใช้ระเบียบวาระที่ประธาน กสทช. อนุมัติไว้ตั้งแต่การประชุม กสทช. ครั้งที่ 22/2569 ซึ่งเป็นระเบียบวาระภายหลังจากคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีคำวินิจฉัยแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ มติต่างๆที่ 6 กสทช.ได้ประชุมและลงมติไปในหลายเรื่อง จะสามารถเกิดขึ้นได้จริง หรือไม่
โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ อย่าง โรดแมปทีวีดิจิทัล และล่าสุดเรื่อง การขยายระยะเวลาสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ ซึ่งเดิมได้รับอนุมัติถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569
โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ขอขยายระยะเวลาถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569 แต่ตามประกาศที่เกี่ยวข้อง สามารถอนุญาตได้จนถึงวันสิ้นสุดอายุวิศวกรรม ดังนั้นจึงมีมติขยายสิทธิไทยคม 4 ถึงวันที่ 8 พ.ย. 2569 ตามอายุวิศวกรรม
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกสทช.กล่าวว่า การประชุมเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 เป็นการประชุมนัดพิเศษครั้งที่ 6 กับ 6 บอร์ด ยกเว้น นพ.สรณ พิจารณา 5 วาระค้าง อนุมัติปฏิทินงบประมาณ พร้อมเร่งตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองงบปี 2570 หลังกรรมการยังไม่เคยเห็นร่างงบประมาณที่สำนักงานส่งให้กระทรวงดีอี เตรียมหารือที่ปรึกษากฎหมายเรื่องอำนาจลงนามและกำกับสำนักงาน ขณะเดียวกันมีมติขยายสิทธิไทยคม 4 ถึงวันที่ 8 พ.ย. 2569 ตามอายุวิศวกรรม
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ
สำหรับสองเรื่องแรกเกี่ยวข้องกับการต่ออายุคณะอนุกรรมการบูรณาการด้านการกำกับดูแล และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบภายในเพิ่มเติม ขณะที่เรื่องที่สาม ที่ประชุมมีมติอนุมัติปฏิทินงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการจัดทำงบประมาณ ซึ่งควรได้รับการพิจารณาตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน
แม้สำนักงานจะแจ้งว่าได้ส่งร่างงบประมาณให้คณะกรรมการดีอีพิจารณาให้ความเห็นแล้ว แต่ กสทช. ยังต้องดำเนินการตามระเบียบ และสำนักงานต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหลือในเดือน พ.ย.และธ.ค. ก่อนเสนอให้บอร์ดอนุมัติงบประมาณภายในสิ้นปี
จนถึงทุกวันนี้ กรรมการ กสทช. ยังไม่เคยเห็นร่างงบประมาณรายจ่ายที่สำนักงานทำเลย
นอกจากนี้ที่ประชุมจึงให้เร่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์และการกลั่นกรองงบประมาณ เพื่อช่วยตรวจสอบร่างงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ว่าแผนงานและโครงการสอดคล้องกับนโยบายของ กสทช. รวมถึงมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าหรือไม่
การกลั่นกรองให้ดำเนินการคู่ขนานไปได้ทันที โดยไม่ต้องรอความเห็นจากคณะกรรมการดีอี และเมื่อได้รับความเห็นแล้ว ให้นำมาประกอบการพิจารณาก่อนเสนอร่างงบประมาณต่อบอร์ด
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ชี้แจงว่า สำนักงานเคยเสนอปฏิทินงบประมาณมาแล้ว และบอร์ดมีมติให้กลับไปปรับปรุง แต่เมื่อนำกลับมาเสนออีกครั้งยังเป็นรูปแบบเดิม ก่อนที่วาระดังกล่าวจะไม่ได้รับการพิจารณาต่อ ขณะที่สำนักงานอ้างกรอบตามพระราชบัญญัติที่ต้องส่งร่างงบประมาณให้ดีอีให้ความเห็นภายใน 90 วันก่อนสิ้นปีงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม การจัดทำร่างงบประมาณเป็นหน้าที่ของสำนักงาน ส่วนอำนาจอนุมัติเป็นของ กสทช. และการส่งให้ดีอีให้ความเห็นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอำนาจดังกล่าว
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ในอดีตมีคณะอนุกรรมการของบอร์ดทำหน้าที่ช่วยกลั่นกรองงบประมาณมาโดยตลอด แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนไปใช้คณะทำงานของสำนักงาน โดยอ้างว่าการจัดทำงบประมาณเป็นหน้าที่ของสำนักงาน ซึ่งกรรมการไม่เห็นด้วย
ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรวมอำนาจไว้ที่ประธานและเลขาธิการ ทั้งที่งบประมาณต้องสอดคล้องกับนโยบายของกรรมการ กสทช. โดยยกตัวอย่างนโยบายบางเรื่องที่กรรมการเสนอ แต่ไม่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนงาน
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ระบุว่า ที่ผ่านมากรรมการกลั่นกรองโดยตัดรายการที่เห็นว่าไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับนโยบาย และต้องการให้มีอนุกรรมการช่วยพิจารณาล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเร่งตรวจสอบงบประมาณในช่วงใกล้ครบกำหนดอนุมัติ
ถามข้อกฎหมาย อำนาจประธานที่บอร์ดใหม่เลือกเซ็นอนุมัติได้ไหม
เรื่องที่สี่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ที่ประชุมอนุมัติหัวข้อที่จะส่งให้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายให้ความเห็น หลังจากได้อนุมัติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าวไปก่อนหน้านี้
ประเด็นหลักเป็นแนวทางดำเนินงานในอนาคต ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างกรรมการทั้ง 6 คนกับสำนักงาน ซึ่ง พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ระบุว่า
สำนักงานยังมองว่า นพ.สรณ เป็นประธาน กสทช. ซึ่งข้อหารือครอบคลุมว่า เมื่อบอร์ดมีมติแล้ว กรรมการสามารถลงนามในคำสั่งหรือใบอนุญาตต่างๆ ได้หรือไม่ และกรรมการที่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ประธานมีอำนาจกำกับดูแลสำนักงานเพียงใด รวมถึงแนวทางดำเนินการหากสำนักงานยังไม่ปฏิบัติตาม
เรื่องสุดท้าย ที่ประชุมพิจารณาการขยายระยะเวลาสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ ซึ่งเดิมได้รับอนุมัติถึงวันที่ 31 ก.ค.2569
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า กระทรวงดีอีและบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ขอขยายระยะเวลาถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569 แต่ตามประกาศที่เกี่ยวข้อง สามารถอนุญาตได้จนถึงวันสิ้นสุดอายุวิศวกรรม จึงให้ยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม
ภายหลังมีเอกสารยืนยันว่าได้สอบถามบริษัทผู้ผลิตแล้ว และอายุวิศวกรรมจะสิ้นสุดภายในวันที่ 8 พ.ย. 2569 ที่ประชุมจึงมีมติขยายสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม รวมถึงใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องถึงวันดังกล่าว
ส่วนสถานีภาคพื้นดิน อนุญาตถึงวันที่ 31 ธ.ค.2569 เพื่อรองรับการติดตามและควบคุมดาวเทียมในช่วงดำเนินการให้เรียบร้อย นอกจากนี้ บอร์ดยังเพิ่มเงื่อนไขจากข้อเสนอของสำนักงาน ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดทำมาตรการหรือแผนเยียวยาผู้ให้บริการ หากมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้น
หากการประชุมทั้ง 6 ครั้งของ 6 บอร์ดกสทช.ไร้การตอบรับและปฎิบัติตามจากสำนักงานกสทช.เพราะต่างฝ่ายยังยืนยันเหตุผลของตนเอง และทำงานแบบโลกคู่ขนานแบบนี้
ใครจะเป็น ลาสบอส ฟันธง เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ หรือจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจนบอร์ดกสทช.หมดวาระลงไปเอง โดยไม่สนใจเรื่องธรรมาภิบาลในการทำงานหรือไม่ อย่างไร







