
คลังแหยงศก.ปีหน้า ความเสี่ยงรุมสกรัม
คลังผวาเศรษฐกิจปีหน้าปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูง ต้นทุนการผลิตจ่อขึ้นราคาทั้งวัตถุดิบ น้ำมัน
คลังผวาเศรษฐกิจปีหน้าปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูง ต้นทุนการผลิตจ่อขึ้นราคาทั้งวัตถุดิบ น้ำมัน
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนัก งานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.จะประกาศประมาณการเศรษฐกิจใหม่ในเดือนนี้ จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจในปี 2553 จะขยายตัวได้ 7.5% โดยน่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากการส่งออก การบริโภคขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้
การขยายตัวเศรษฐกิจในปี 2554 คาดว่าจะคงไว้ในอัตราเดิม 45% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูง โดยคาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 2.5% แม้จะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 0.53.0% ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดเป้าหมายไว้ แต่ในบางเดือนเงินเฟ้อพื้นฐานอาจจะปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 3% ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ดังนั้น ปัจจัยที่กดดันให้เงินเฟ้อสูงในปีหน้ามาจากปัจจัยภายนอก เช่น เงินเฟ้อในประเทศจีนสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าวัตถุดิบที่ไทยนำเข้าจากประเทศจีนมีราคาสูง เป็นการส่งผ่านเงินเฟ้อจากนอกประเทศมาในประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีผลจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 8-17 บาท และอัตราดอกเบี้ยที่เป็นช่วงขาขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อในปีหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น
ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก เช่น ข้าว น้ำตาล และอ้อยที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากปัญหาภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบให้กำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลก ก็มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
“การที่ ธปท. ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 2% ก็เพื่อสกัดเงินเฟ้อ รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพราะหากปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงไปก่อน และมาป้องกันที่หลังจะไม่ได้ผล กระทบการขยายตัวเศรษฐกิจ” นายนริศ กล่าว
สำหรับปัจจัยเงินเฟ้อแล้ว นายนริศ กล่าวว่า เศรษฐกิจในปีหน้ายังมีความเสี่ยงเศรษฐกิจของสหรัฐที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน ปัญหาหนี้สินในประเทศยุโรป รวมถึงแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจนกระทบการส่งออก และปัญหาการเมืองภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจปีหน้าก็มีปัจจัยบวกจากการขยายการลงทุนของภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง มาชดเชยภาคการส่งออกที่จะชะลอตัวลง เนื่องจากการขยายตัวของปีนี้สูงและผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า
ทั้งนี้ ในปี 2554 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 35% ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5% ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5%







