posttoday
ทดสอบแบงก์ยุโรปรอบ 2 ทางรอดทุลักทุเลของวิกฤตหนี้

ทดสอบแบงก์ยุโรปรอบ 2 ทางรอดทุลักทุเลของวิกฤตหนี้

10 ธันวาคม 2553

หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) เพิ่งอนุมัติความช่วยเหลือแก่วิกฤตหนี้สาธารณะของไอร์แลนด์เพียงไม่กี่วัน

หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) เพิ่งอนุมัติความช่วยเหลือแก่วิกฤตหนี้สาธารณะของไอร์แลนด์เพียงไม่กี่วัน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) เพิ่งอนุมัติความช่วยเหลือแก่วิกฤตหนี้สาธารณะของไอร์แลนด์เพียงไม่กี่วัน เกิดกระแสเรียกร้องและคำเสนอแนะให้ยุโรปขยายขนาดมาตรการช่วยเหลือประเทศที่ประสบกับวิกฤตหนี้สาธารณะ ท่ามกลางกระแสเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยคละเคล้ากันไป

 

ทดสอบแบงก์ยุโรปรอบ 2 ทางรอดทุลักทุเลของวิกฤตหนี้

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวหลุดออกมาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า อาจมีการพิจารณาใช้มาตรการทดสอบสมรรถภาพของธนาคารในยุโรป ว่าพร้อมรับกับแรงสั่นสะเทือนจากวิกฤตหนี้สาธารณะหรือไม่

โอลลี เรห์น คณะกรรมการเศรษฐกิจและการเงินของอียู เป็นผู้เปิดเผยว่า ขณะนี้ถึงโอกาสที่จะทำการทดสอบสมรรถภาพรอบใหม่ “ที่เข้มข้นและครอบคลุมยิ่งกว่า” การทดสอบครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค.

“รายละเอียดที่จำเป็นอย่างหนึ่ง คือการตระเตรียมการทดสอบสมรรถภาพธนาคารที่เข้มข้นและครอบคลุมยิ่งกว่า โดยจะเริ่มต้นในเดือน ก.พ. ปีหน้า และจะอิงกับโครงสร้างทางการเงินรูปแบบใหม่” เรห์น กล่าว

การแย้มท่าทีครั้งนี้ สร้างความฮือฮาอย่างมาก เพราะอียู เพิ่งเสร็จสิ้นการตรวจสอบไปหมาดๆ เมื่อเดือน ก.ค. และหากวัดจากมาตรฐานของสหรัฐ ซึ่งเป็นต้นคิดการทดสอบสมรรถภาพทางการเงิน หรือ Stress Test จะพบว่า ยุโรปก้าวไปไกลมากแล้ว เพราะนับตั้งแต่สหรัฐเผยผลการทดสอบเมื่อปีที่แล้ว จนบัดนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเริ่มการทดสอบรอบที่สอง

การทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า หรือทบทวนมาตรการครั้งแล้วครั้งเล่า จึงน่าจะเป็นสัญญาณอันตราย มากกว่าที่จะเป็นความระมัดระวังจนต้องย้ำเพื่อเสริมความมั่นใจ

เพราะการเสนอให้ต่อยอดมาตรการตรวจสอบระบบการเงินการธนาคาร อีกทั้งยังขยายความช่วยเหลือวิกฤตหนี้สาธารณะ บ่งชี้ว่า ยุโรปอาจใช้ยาผิดสูตรในการรักษาอาการปั่นป่วนที่เกิดขึ้นทั้งในระบบการเงินภาคธุรกิจและระบบการเงินการคลังของภาครัฐ

ยาผิดสูตรจะรังแต่ให้เกิดอาการดื้อยา

ทั้งนี้ มูลเหตุที่อียู ต้องทำการทดสอบสมรรถภาพของธนาคาร ก็เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินของภาคเอกชน ว่าจะสามารถต้านทานความรุนแรงจากวิกฤตหนี้สาธารณะได้เพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศที่มีปัญหาในระบบธนาคารควบคู่ไปกับปัญหาด้านการคลัง

สเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตามองมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากเป็นในช่วงครึ่งปีแรก ทุกสายตาย่อมจะจับจ้องสเปนเป็นรายแรก เนื่องจากในขณะนั้นธนาคารในสเปนล้มลุกคลุกคลานหลายราย แต่เคราะห์ดีที่รัฐบาลสเปนเร่งกู้สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอัดทุนพยุงกิจการของ CajaSur ด้วยงบประมาณถึง 530 ล้านยูโร

ไม่เพียงเท่านั้น ฐานะทางเศรษฐกิจและการเงินของสเปนเริ่มแข็งแกร่งขึ้น (แม้จะยังอยู่ในภาวะหมิ่นเหม่อย่างมากก็ตาม) อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย ด้วยอัตรา 0.2% ในช่วงไตรมาส 3 นอกจากนี้ สเปนยังมีระเบียบการเงินที่เข้มงวด สำหรับควบคุมสถาบันการเงินมิให้ออกนอกกรอบจนเกินไป

ส่วนภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศนี้ ยังมีเงื่อนไขต่างจากสถานการณ์ที่ไอร์แลนด์กำลังเผชิญอยู่ เนื่องจากภาวะฟองสบู่ในสเปนส่งผลกระทบต่อธนาคารรายย่อย ขณะที่วิกฤตในไอร์แลนด์สั่นคลอนธนาคารชั้นนำของประเทศ

ที่สำคัญคือ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสเปนต่างจากไอร์แลนด์และโปรตุเกส ซึ่งนับเป็นเงื่อนไขที่สำคัญยิ่ง เพราะแม้แต่โดมินิก สเตราส์คาห์น ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังกล่าวว่า วิกฤตหนี้สาธารณะในกรีซและยุโรป จะคลี่คลายลงได้ก็ด้วยเศรษฐกิจที่คึกคัก

“ปัญหาอยู่ที่การขยายตัว การขยายตัว การขยายตัว จะไม่มีใครใส่ใจวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป หากอัตราการขยายตัวอยู่ในระดับสูง”

คำกล่าวย้ำของบิ๊กบอสแห่ง IMF แม้จะตรงประเด็นที่สุด แต่ทำได้ยากยิ่งที่สุดเช่นกัน เพราะหากทั้งภาครัฐและภาคธนาคารยังมีอาการร่อแร่เช่นนี้ คงยากที่นักลงทุนจะลงทุน และผู้บริโภคจะเพิ่มการใช้จ่าย

ภาวะลักลั่นดังกล่าวทำให้อียู ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทดสอบสมรรถภาพของธนาคารต่อไป เพราะไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ภัยคุกคามจากวิกฤตหนี้สาธารณะจะแทรกซึมเข้าสู่ภาคเอกชนเมื่อใด

ประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้น คือโปรตุเกส เพื่อนบ้านใกล้ชิดของสเปน

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่อียู ทราบดีก็คือ การทดสอบสมรรถภาพของธนาคารรอบแรก แม้จะประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง (จากธนาคาร 91 แห่งใน 20 ประเทศ ไม่ผ่านเพียง 7 แห่ง) ทว่า ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงหากวัดที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ดังจะเห็นได้ว่า ในระยะ 5 เดือนหลังการทดสอบรอบแรก ดัชนีความเคลื่อนไหวของธนาคารและบริการทางการเงินที่วัดโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กดิ่งลง 4% ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับสหรัฐ เพราะหลังจาก 5 เดือนของการเผยผลการทดสอบสมรรถภาพ ปรากฏว่า ดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ 500 ถีบตัวขึ้นมาถึง 25%

ดังที่ระบุไว้ว่า จุดประสงค์ของการทดสอบสมรรถภาพของธนาคารนั้น ก็เพื่อตรวจสอบความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างทางการเงิน แต่เจตนาที่แท้จริงนั้น ยุโรปลอกมาจากสหรัฐอย่างเต็มไม้เต็มมือ นั่นคือหวังจะให้ผลการทดสอบเป็นเครื่องรับประกันสุขภาพของระบบการเงินภาคเอกชน

แต่แล้วผลที่ออกมาแม้จะดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถต้านทานความเชื่อมั่นที่ตกต่ำลง จากวิกฤตหนี้สาธารณะได้ หรืออาจกล่าวได้ว่า ยุโรปยังไม่ผ่านบททดสอบความเชื่อมั่น

หนึ่งในมูลเหตุของความล้มเหลว คือความไร้ประสิทธิภาพของบททดสอบแรก ไม่ว่าจะด้วยข้อเท็จจริงหรือความหละหลวมก็ตาม ปรากฏว่า ธนาคารของไอร์แลนด์ทุกแห่งกลับผ่านการทดสอบทั้งหมด ทั้งๆ ที่ในเวลาต่อมาธนาคารในไอร์แลนด์แทบล้มระเนระนาด!

การเริ่มกระบวนการทดสอบธนาคารอีกครั้ง ก็ใช่ว่าจะเรียกศรัทธาจากนักลงทุนได้โดยง่าย และกลับจะยิ่งถูกมองได้ง่ายว่าเป็นการสร้างภาพ เพื่อกลบเกลื่อนความร้ายแรงของสถานการณ์รอบด้าน

มิหนำซ้ำ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า วิกฤตของยุโรปร้ายแรงเกินกว่าที่บททดสอบแรกจะต้านทานไหว ซึ่งความหวาดวิตกทำนองนี้ มักรุนแรงจนทำลายเจตนาดีของกระบวนการทดสอบรอบสองจนหมดสิ้น

ผลร้ายประการหนึ่งของการเสนอแผนเพื่อรองรับวิกฤตในยุโรป จะนำมาซึ่งความแตกแยกระหว่างสมาชิกของกลุ่มที่มีความเห็นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

กลุ่มแรก คือฝ่ายที่เสนอให้ทดสอบระบบธนาคารอีกครั้งและขยายขนาดมาตรการช่วยเหลือ อาทิ ฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์

กลุ่มที่สอง คือฝ่ายที่เรียกร้องให้ยุติความพยายามข้างต้นเสีย เพราะการเสนอมาตรการเพิ่มเติมจะยิ่งทำให้สถานการณ์ยุ่งยาก กลุ่มนี้นำโดยฝรั่งเศสและเยอรมนี

โดยเฉพาะเยอรมนีมีเหตุผลมากมายที่จะคัดค้านมาตรการทดสอบธนาคารและขยายขนาดมาตรการช่วยเหลือในยามวิกฤต เพราะเห็นแล้วว่า เยอรมนีเริ่มที่จะซวนเซตามไปด้วย ทั้งๆ ที่มีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนเหมารวมไปแล้วว่า ยุโรปทั้งยวงไม่น่าไว้วางใจ

ผลก็คือพันธบัตรใหม่ของเยอรมนีมีผู้ลงทะเบียนซื้อต่ำกว่าที่กำหนดไว้ นับเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ที่การออกพันธบัตรใหม่ในเยอรมนีต้องพลอยรับผลกระทบจากความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน

ไม่เพียงเท่านั้น การออกพันธบัตรทั้ง 70 ครั้งในปีนี้ มีเพียง 6 ครั้งเท่านั้นที่ขายได้ตามยอด!

น่ากังวลว่า อาจไม่ใช่เยอรมนีประเทศเดียวเท่านั้นที่ตกที่นั่งลำบาก และไม่พอใจกับการเสนอมาตรการอย่างไม่รู้จักจบสิ้นของเพื่อนสมาชิกบางประเทศ

ก่อนที่อียู จะเริ่มหารือในรายละเอียดของ Stress Test รอบที่ 2 อาจเกิดแรงต้านมหาศาลจากรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่ไม่ต้องการให้เกิดปรากฏการณ์ “ใส่ตะกร้าล้างน้ำ” ด้วยบททดสอบนี้ เพราะเปิดช่องให้ธนาคารที่จมด้วยหนี้เสียกลับกลายเป็นธนาคารที่มีภาวะทางการเงินดีขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อ

เพราะด้วยสาเหตุนั้นนั่นเองที่ทำให้วิกฤตลุกลามไปถึงไอร์แลนด์ และอีกหลายประเทศที่รอจ่อคิวหายนะทางการเงิน

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69