
ศาลยกคำร้องธาริตยื่นถอนประกันจตุพร
ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง "ธาริต" ยื่นถอนประกันตัว "จตุพร" เนื่องจากไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ด้านธาริตเตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นใหม่อีกรอบ
ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง "ธาริต" ยื่นถอนประกันตัว "จตุพร" เนื่องจากไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ด้านธาริตเตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นใหม่อีกรอบ
เมื่อเวลา 15.45 น. ศาลอาญา ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ยื่นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นจำเลยร่วมกับ 19 แกนนำ นปช. ในคดีก่อการร้าย เนื่องจากพิเคราะห์แล้ว เห้นว่า ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้อง
ด้าน นายธาริต กล่าวว่าเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอเพิกถอนการประกันตัวนายจตุพร อีกครั้ง
ขณะที่ นายจตุพร กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณศาลที่ตัดสินไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกร้อง ศาลท่านเห็นอย่างนี้ก็จึงตัดสินออกมา ต่อไปก็ไม่รู้ว่าดีเอสไอจะทำอะไรต่ออีก แต่ใครเจออย่างนี้ก็ไม่รู้สึกหรอก ก็หวังว่าความยุติธรรมจะเกิดมากขึ้น ถ้าความยุติธรรมมีมากขึ้นประเทศก็จะดีขึ้น
เมื่อถามว่าผลตัดสินอย่างนี้ลบคำว่า 2 มาตรฐานได้หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ที่มันปรากฎขึ้น แต่ว่าต่อจากนี้ไปก็ต้องติดตามดูอีก เพราะยังมีอีกหลายเรื่องต้องมีการตัดสิน ซึ่งทุกกรณีควรจะมีความยุติธรรมเกิดขึ้น
ธาริตยื่นศาลถอนประกันตัวจตุพร
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการก่อการร้าย ได้เดินทางมาที่ ศาลอาญา เพื่อยื่นคัคค้านการประกันตัวของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยขณะที่นายธาริตเดินทางมาถึงมีประชาชนสวมเสื้อแดงจำนวน 2 คนรอพบ และซักถามต่อนายธาริตว่าเหตุใดจึงคัดค้านการประกันตัว แต่นายธาริตไม่พูดตอบโต้ และเดินทางเข้าไปภายในศาลอาญาทันที
ทั้งนี้ นายธาริต กล่าวว่า มายื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อคัดค้านการประกันตัวนายจตุพรในฐานะจำเลยที่ 1 และนายการุณ โหสกุล จำเลยที่ 2 ในข้อกล่าวหาว่าร่วมกัน หรือใช้ หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานก่อการร้าย โดยที่ผ่านมาจำเลยทั้งสองใช้เอกสิทธิความเป็นส.ส.ในการที่ไม่ต้องถูกควบคุมตัว ตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างสมัยประชุมสภาฯ แต่ขณะนี้ได้มีการปิดสมัยประชุมสภาฯแล้ว ดังนั้นเอกสิทธิ์ความเป็นส.ส.ที่คุ้มครองอยู่จึงหมดไป ตนจึงมายื่นคำร้องขอคัดค้านประกันตัวจำเลยทั้ง 2 ต่อศาล โดยนำหลักฐานข้อเท็จจริงต่างๆ มาประกอบเพื่อให้ศาลพิจารณา
"การกระทำของจำเลยทั้ง 2 ก็มีความแตกต่างกัน นายการุณเมื่อถูกกล่าวหา ก็ใช้เอกสิทธิความเป็นส.ส.คุ้มครองไม่ให้ถูกควบคุมตัว ซึ่งปฏิบัติตามระเบียบและข้อห้ามเป็นอย่างดีไม่เคยปรากฏว่ามีพฤติการณ์หรือการกระทำที่รุนแรง แตกต่างจากนายจตุพร ที่ยังมีการระดม กล่าวหาใส่ร้าย พร้อมทั้งกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือแม้แต่ศาล รวมถึงนำมวลชนกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ในหลายๆ มิติด้วย ดังนั้นผมจึงนำหลักฐานทั้งหมด ทั้งการปลุกระดมมวลชนในการชุมนุมของคนเสื้อแดง รวมถึงทำผิดข้อห้ามตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ"นายธาริตกล่าว
การมายื่นคัดค้านการประกันตัวของนายจตุพร ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว หรือมีการโกรธเคืองกันแต่อย่างใด แต่ทั้งหมดเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ อีกอย่างหากปล่อยให้มีการประกันตัว เกรงว่าอาจจะนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากคดีนี้มีความสำคัญ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะพิจารณาเช่นไร ตนคงไม่เข้าไปก้าวล่วง อย่างไรก็ตาม คาดว่าวันนี้ในช่วงบ่ายจะได้คำตอบว่าศาลจะคัดค้านการประกันตัวหรือไม่
"ตู่" ร้องขอความเป็นธรรม
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่ ศาลฎีกา เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อนายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา ที่มีเลขานุการศาลฎีกา เป็นตัวแทนรับหนังสือดังกล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อศาลฎีกา 2 ฉบับ ฉบับแรก คือ การยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ วงศ์ยืน คณะผู้พิพากษาศาลอาญา เนื่องจากนายสมศักดิ์ มีพฤติกรรมสนิทสนมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และไม่ปฏิบัติตามวิธีพิจารณาความทางอาญา ในการต่อสู้คดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฟ้องหมิ่นประมาทตน
ส่วนฉบับที่ 2 คือ หนังสือขอความเป็นธรรม กรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะพนักงานสอบสวนในคดีก่อการร้าย ยื่นคำร้องเพื่อยื่นขอถอนประกันตัวตนเอง โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมข่มขู่พยาน
"ผมยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่ทางเจ้าหน้าที่ของศาลต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผมและแกนนำทั้งหมด รวมไปถึงการปฏิบัติตามขั้นตอนของการพิจารณาคดี"นายจตุพรกล่าว







