
สธ.เมืองคอนขนยาเวชภัณฑ์หนีน้ำอลหม่าน
สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งทำการขนยาเวชภัณฑ์หนี้น้ำท่วมอย่างอลหม่านหลังน้ำทะลักเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง ขณที่กรมชลประทานเตือนพัทลุงรับมือน้ำเอ่อท่วมสูง
สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งทำการขนยาเวชภัณฑ์หนี้น้ำท่วมอย่างอลหม่านหลังน้ำทะลักเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง ขณที่กรมชลประทานเตือนพัทลุงรับมือน้ำเอ่อท่วมสูง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตี้ต้องเร่งทำการขนย้ายยา เวชภัณฑ์ต่างๆหนีน้ำท่วมไปไว้บนที่สูงอย่างอลหม่าน เนื่องจากฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง ล่าสุดน้ำทะลักเข้าเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 ซม.
ทั้งนี้หากไม่ขนย้ายยาเวชภัณฑ์ไปไว้ที่สูงจะทำให้เกิดความเสียหายได้ ขณะการเตรียมพร้อมของหน่วยงานต่างๆ มีความพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชม.หากเหตุร้ายแรงขึ้นมา
กรมชลฯเตือนพัทลุงรับมือน้ำเอ่อท่วมสูง
ด้านศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ได้ระบุตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. ถึงปัจจุบัน โดยวัดปริมาณฝนสะสมสูงสุด 3 วัน(ตั้งแต่วันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2553) ได้ที่อำเภอป่าพยอม จังหวัดพัทลุง 95 มิลลิเมตร และที่อำเภอเมืองพัทลุง วัดได้ 88.8 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำในลุ่มน้ำย่อยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีผลกระทบกับพื้นที่ด้านท้ายน้ำ กรมชลประทาน
ดังนั้นจึงได้แจ้งเตือนภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพิ่มเติม คือ โครงการฝายหลักสาม อำเภอกงหรา มีน้ำล้นฝายสูง 1.25 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 80.47 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง ภายในวันนี้
ยะลาเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมหลังฝนตกหนัก
นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.ยะลา กล่าวว่า ขณะนี้ได้วิทยุสั่งการไปยังทุกพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังได้ขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน โดยขอความร่วมมือจากหน่วยทหาร ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งมีอยู่มากให้จัดรถสูง และขณะนี้ทางจังหวัดยะลา ได้ยืมเรือ จากจังหวัดภูเก็ตมาเตรียมเอาไว้ เพื่อขับเข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่ตกค้าง
อย่างไรก็ตามหากเกิดน้ำท่วมบ้านชั้นที่ 1 ให้ประชาชนรีบนำผ้าไปผูกไว้ที่หน้าต่างชั้น 2 เพื่อจะไดรู้ว่า บ้านหลังนี้ยังมีประชาชนที่ยังออกมาไม่ได้ ซึ่งทางราชการจะได้ให้การช่วยเหลือต่อไป







