
วิถีมุสลิม...ประเด็นใหม่ที่น่ารู้
....วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์
โลกมุสลิมนั้นดูจะยังไม่เป็นที่รู้จักดีสำหรับคนไทย ทั้งที่พลังทางการเมืองของกลุ่มนี้มีอยู่มาก โลกมุสลิมมีประชากรอยู่ประมาณ 2,000 ล้านคน และกำลังเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและพลังเศรษฐกิจ
เมื่อไม่นานมานี้ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาเยือน 57 ประเทศมุสลิมตามนโยบายของฮุนเซน ซึ่งสนใจที่จะรับการลงทุนจากประเทศกลุ่ม GCC (ย่อมาจาก Gulf Cooperation Council : ประกอบไปด้วย 6 ประเทศสมาชิก ดังนี้ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ประกาศมอบที่ดินใกล้กับสนามบินแห่งชาติกัมพูชา เพื่อสร้างสุเหร่าอันเป็นการเปิดศักราชความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับตะวันออกกลางอย่างมีนัย ปัจจุบันมีผู้ลงทุนจากกลุ่ม GCC ไปลงทุนปลูกผักในกัมพูชาเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้ตะวันออกกลาง โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐต่อ 1 บริษัท
จีนเป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งพยายามสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์โดยการครองใจอาหรับให้ได้ ไม่นานมานี้ ประธานาธิบดี หูจิ่นเทา เดินทางไปพบกษัตริย์ซาอุดีอาระเบียเพื่อเจรจาการก่อสร้างขอรับสัมปทานโครงการก่อสร้างทางรถไฟมูลค่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในคาบสมุทรอาระเบีย โดยนำเด็กกำพร้าที่เป็นมุสลิมจากจีนประมาณ 20 คนไปด้วย ผู้นำจีนรู้ว่าโลกมุสลิมให้ความสำคัญเรื่องเด็กกำพร้าเป็นอย่างมากการกระทำดังกล่าวซื้อใจอาหรับได้
จีนอธิบายว่ากำไรที่ได้จะนำมาดูแลเด็กกำพร้าเหล่านี้ อีกทั้งจะไม่ขอรับค่าจ้างเป็นเงิน แต่ขอเป็นน้ำมันเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน และจะยังไม่ขุดไปทันที นี่คือยุทธศาสตร์ในการทำการค้าของจีน เพราะจีนถือว่าน้ำมันเป็นยุทธภัณฑ์ ประเทศใดมีน้ำมัน ประเทศนั้นย่อมมีความมั่นคงกว่าประเทศอื่น
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เกาหลีใต้ 30 ปีก่อน GDP เกาหลีใต้เทียบเท่าไทยหรืออาจน้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบัน GDP เกาหลีใต้สูงกว่าไทยถึง 3 เท่า สิ่งนี้ไม่ได้เกิดโดยโชคช่วย แต่ส่วนหนึ่งมาจากการรับเหมาก่อสร้างของบริษัทเกาหลีในตะวันออกกลาง โดยใช้แรงงานช่างและผู้รับเหมาช่วงจากไทย การรับเหมาก่อสร้างโดยบริษัทเกาหลีมีรัฐบาลเป็นหลักสนับสนุน ว่ากันว่า หากผู้รับเหมาเกาหลีลงทุนในอาหรับแล้วขาดทุน รัฐบาลจะชดเชยให้ ข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องที่ตลาดการลงทุนไทยยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย สถาบันวิชาการและการวิจัยต่างๆ จำเป็นที่จะต้องหาวิธีทะลุทะลวงเพื่อให้ข้อมูลวิชาการและการข่าวมาถึงภาคประชาชนและเอกชนให้มากขึ้น
การเรียนรู้มุสลิมนั้น เราจะมองแค่ว่าเขาเป็นตลาดเพื่อมุ่งการค้าอย่างเดียวคงแคบไป
แต่หากเราเข้าให้ถึงแง่มุมวัฒนธรรมอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เข้าใจหลักการอิสลาม จะช่วยให้เราเข้าใจอีกหลายปัญหา โดยเฉพาะเข้าใจภาวะที่ไทยเผชิญอยู่โดยไม่ตั้งใจอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องโอกาสการลงทุน การร่วมทุน หรือการสร้างความมั่นคงร่วมกันด้านอาหารและพลังงาน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ โลกในอนาคตคือโลกที่ภาคประชาชนทุกชาติต้องอยู่ร่วมกันหลากวัฒนธรรมมากขึ้นไปอีก
การเปิดเสรีก็ดี การส่งเสริมความสัมพันธ์ภาคประชาชนของอาเซียน และของอาเซียนกับจีน
อาเซียนกับเอเชียใต้ก็ดี ยิ่งทำให้เราต้องเรียนรู้ตัวเอง และรู้จักเพื่อนใหม่อีกมาก ซึ่งปรากฏว่ามีวัฒนธรรมอิสลามปะปนอยู่เยอะทีเดียว มิใช่เพียงนึกเอาว่า อิสลามไม่กินหมู แต่คนจีนกินเรียบแค่นั้น







