
เก๋าเจี๊ยะยั่งยืน
....สันทัด กรณี
ฝุ่นตลบทั่วประเทศหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องคดีพรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์
ฝุ่นจะตลบเบาค่อย หรือรุนแรงอย่างไรก็เป็นเรื่องของฝุ่น เป็นประเด็นที่จะต้องมีการพิเคราะห์เจาะลึกในทางวิชาการยุติธรรมกันต่อไป
แต่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงิน 29 ล้านบาท เป็นอันจบสิ้นกระบวนการ
รัฐบาลที่มีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี รอดไปอีกเฮือกหนึ่ง
รอดเรื่องนี้ ใช่ว่าจะรอดไปตลอด...อิ อิ
ครับ...วันนี้มีประเด็นหนึ่ง ที่ยังไม่ได้หยิบยกมาคุย และเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาลซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ นั่นคือ การคอร์รัปชัน การเรียกรับเงินใต้โต๊ะจากเอกชนที่เอกชนทำกับรัฐ
วันก่อน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลสำรวจในงานสัมมนาหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ ทำการสำรวจบรรดานักธุรกิจที่ทำมาค้าขายกับรัฐ
ครับ...ผู้ตอบแบบสำรวจยอมรับว่า ผู้ประกอบการภาคธุรกิจ หากคิดทำธุรกิจกับภาครัฐ ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือที่พ่อค้าเชื้อสายจีนเรียกว่า เงินเก๋าเจี๊ยะ ต้องจ่ายสูงมากกว่า 25% ของค่าโครงการ
อ้อ...ลืมแปล เงินเก๋าเจี๊ยะ แปลเป็นภาษาชาวบ้านร้านตลาดได้ว่า เงินที่โยนให้สุนัขรับประทาน
ครับ...ผลออกมาไม่น่าตกใจ แต่น่าขยะแขยง
ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาเดินทางไปรับฟัง รับทราบ และพูดถึงเรื่องนี้ได้คันไส้ติ่งชะมัด ท่านยอมรับในความรุนแรงของการคอร์รัปชันที่มีแนวโน้มมากขึ้น ทั้งไม่พึงพอใจกับสถานการณ์เยี่ยงนี้ และพยายามสร้างกลไกสกัดสิ่งซึ่งเป็นปัญหาหมักหมมมานาน การจัดการปัญหาต้องได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชน
แปลไทยเป็นไทยคือ...อีโธ่ รู้แล้นซ์ ทุจริตมันมีมาตั้งแต่ปีมะโว้ พ้มหงุดหงิดกับมันมากเหมือนกันเฟ้ย จึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างเครื่องมือ วางระบบจัดการ แต่ของอย่างนี้มันปรบมือข้างเดียวไม่ได้หร็อก
ถ้านักธุรกิจ ไม่จ่าย นักการเมืองกะข้าราชการจะคอร์รัปชันได้ไง...ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ครับ...เป็นการจัดการปัญหาเฉพาะหน้า ในรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ของมวลหมู่คนที่เติบโตอยู่คู่กับพรรคประชาธิปัตย์...
ไอ้การจะให้ยอมรับความผิดพลาดแต่เพียงผู้เดียว...ฝันไปเถอะพรรคพวก ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ผมฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิด กับการที่นายกรัฐมนตรี ชวนท้าตีท้าโต้ เอ้ย มะช่าย หยิบเอาเรื่อง ทำนอง ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันมาเป็นประเด็น แทนที่จะพูดคุยในสาระอันเป็นประโยชน์เพื่อจัดการกับปัญหา
เฮ้อ! สารภาพครับ แม้หงุดหงิดรำคาญ แต่ก็เก็บไว้ในใจ เพราะเหตุที่ว่า รักนายกฯ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
กระทั่งได้ยิน ท่านรองนายกฯ คุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี ออกมาพูดซ้ำในเรื่องคอร์รัปชันเชิงตลกโปกฮา ว่า...
เงินเก๋าเจี๊ยะ วันนี้เขาจ่ายกันที่ 30% ไม่ใช่ 25%
ขำเนอะ ขำตายเลยดิ ฮาตรงไหน กิ๊ว กิ๊ว
ถ้าจะขำ ผมขำตรงที่คุณไตรรงค์ สรุปว่า การทุจริตเกิดขึ้นเพราะ ภาคเอกชนสมยอม ดังนั้นเอกชนต้องสู้ ใครเรียกเงินเรียกทองต้องมาฟ้องรัฐบาล
ประชาธิปัตย์เจ๋งจริง ถอดบล็อกกันมา...เหมือนเด๊ะ
ขอสรุปอย่างนี้ได้มั้ยทั่น ถ้าเอกชนพร้อมจ่าย รัฐบาลก็จนปัญญา มะรู้จะทำยังไง ชิมิ ชิมิ...ไม่ขำแฮะ







