
เศรษฐกิจเดือนต.ค. สำลักน้ำ2หมื่นล้าน
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ปีนี้เริ่มชะลอ เพราะผลจากอุทกภัย ล่าสุดกระทบการเติบโต 0.2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ปีนี้เริ่มชะลอ เพราะผลจากอุทกภัย ล่าสุดกระทบการเติบโต 0.2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ชะลอตัวลง เป็นผลจากการประสบปัญหาอุทกภัย ทำให้การบริโภคในประเทศชะลอลง จากที่เคยเร่งตัวสูงในช่วงก่อนหน้านี้ โดยเดือน ก.ย. ขยายตัวติดลบ 0.4% ลดลงเป็นติดลบ 1.2%
ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์นั่งลดลงเหลือ 43.2% จาก 45.8% ยอดการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ลดลงเหลือ 2% จาก 9.3% ส่วนการส่งออกมีมูลค่าลดลงเหลือ 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัว 16.6% จาก 1.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัว 21.8% แต่การหดตัวของส่งออกถือว่าชะลอน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยสินค้าส่งออกที่ชะลออยู่ในหมวดไอที อิเล็ก ทรอนิกส์ ส่วนสินค้าเกษตรยังขยายตัวได้ดี
ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวติดลบ 0.9% จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบเพียง 0.1% สะท้อนได้จากยอดขายปูนซีเมนต์ลดลงบ้าง อย่างไรก็ตาม การใช้กำลังการผลิตยังอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงเดือนก่อนที่ระดับ 64.1%
ทั้งนี้ ธปท.ได้ประเมินผลกระทบความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมว่ามีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 0.2%
“ถึงการบริโภคและการส่งออกจะชะลอลงในเดือนนี้ แต่ยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจยังมีแรงส่งให้โตได้ต่อเนื่องได้ จากแรงส่งด้านรายได้ภาคการเกษตรที่ยังดีโตระดับ 30.8% ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่โต 31.4% จากการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง และการใช้จ่ายภาครัฐยังมีต่อเนื่อง ที่สำคัญรายได้การท่องเที่ยวยังขยายตัวในระดับที่ดี โดยจำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัว 12.4% อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 48.9%จาก 45.7% และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีระดับ 50 ซึ่งยังสะท้อนว่าเชื่อมั่น การชะลอลงในเดือนนี้จึงไม่ได้น่าห่วงเพราะส่วนหนึ่งที่ชะลอเพราะฐานช่วงก่อนหน้านี้สูงด้วย” นายเมธีกล่าว
อย่างไรก็ตาม พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพอยู่ในระดับที่ดี โดยอัตราเงินเฟ้อชะลอลง โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.8% จาก 3%แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเผชิญกับราคาพืชผลการเกษตรแพงขึ้นบ้าง จากปัญหาน้ำท่วมก็ตาม ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.1% เท่ากับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุล 2,909 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง1.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐ







