สธ.วอนแฟนมวยหยุดกิจกรรม หลังยังตามไม่เจออีก500คน
กระทรวงสาธารณสุข วอนผู้เข้าสนามมวย หยุดกิจกรรมทางสังคม ห่วงคนใกล้ชิด ติดเชื้อโควิด-19 เผย ค้นพบเพียง 50 ราย คาด ยังตามไม่เจออีก 500 คน
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในไทยว่า เกือบ 80% ของจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และกระจายไปยังหัวเมืองในแต่ละภูมิภาคจากการเกี่ยวข้องกับผู้ที่มาชมการแข่งขันชกมวยเป็นหลัก และกลับไปยังภูมิลำเนา ดังนั้นจึงต้องขอให้บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยในส่วนนี้จำกัดการเดินทาง และกักตัวเองอยู่ที่บ้าน แต่หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
"ยังคงมีผู้สัมผัสอีกมาก เราจะพยายามค้นหาให้มากที่สุด ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทยอยเข้ามารับการตรวจแล้ว ขอว่าอย่าเพิ่งตกใจ เพราะจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเป็นผู้ป่วยสัมผัสมากกว่า 80% และส่วนใหญ่มีอาการไม่มาก...ภาพรวมพบผู้ป่วยที่สัมพันธ์กับสนามมวย 72 ราย ส่วนผู้ป่วยที่สัมพันธ์กับสถานบันเทิง 62 ราย ตรงนี้สะท้อนว่าเป็นกลุ่มก้อน เรายังหาจุดหรือรู้ว่าเหตุอยู่ที่ไหน เป็นใคร" นพ.สุวรรณชัย กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังพบผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้สัมผัสกับกลุ่มสนามมวย และกลุ่มสถานบันเทิงอย่างต่อเนื่อง คาดว่ามีผู้สัมผัสจำนวนหลายคน อาจจะเริ่มทยอยป่วยภายใน 14 วัน ที่สำคัญกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ที่ไม่กักกันตัวเองดีพอ ซึ่งจะนำเชื้อไปติดบุคคลอื่นรอบข้างอีกเป็นจำนวนมาก เป็นการเพิ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีกรุ่นหนึ่ง (Generation) และต้องเฝ้าระวังกลุ่มนี้ไปอีก 14 วัน และจะเกิดการถ่ายทอดเชื้อจากรุ่นสู่รุ่น ขยายเป็นวงกว้าง จากการไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข
ดังนั้น ขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่พบผู้ป่วยจำนวนมากในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ได้แก่ สนามมวย และสถานบันเทิง (พนักงาน เจ้าหน้าที่ คนเที่ยว ผู้ชม) งดเดินทางกลับภูมิลำเนา ให้กักกันตัวเองที่พักหรือที่บ้านอย่างเคร่งครัด งดทำงานหรือทำงานอยู่ที่บ้าน งดร่วมกิจกรรมทางสังคม ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้อื่น เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร แยกของใช้ แยกสำรับอาหาร หากยังไม่มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ยังไม่ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ เนื่องจากหากยังไม่มีอาการป่วยโอกาสตรวจพบเชื้อจะน้อย และการตรวจไม่พบเชื้อในช่วงวันแรกๆ ที่สัมผัสผู้ป่วย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ป่วย
ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 กระจายใน 175 ประเทศ พบผู้ติดเชื้อแล้ว 236,054 ราย เพิ่มขึ้น 23,000 คน อาการหนัก 7,079. ราย รักษาหายดี 86,676 ราย เสียชีวิต 8,787 ราย ในประเทศจีนพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 34 ราย และพบแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มในประเทศออสเตรเลีย สำหรับประเทศไทย มีผู้ป่วยติดเชื้อ อยู่ในลำดับที่ 40 โดยผู้ป่วยติดเชื้อ แบ่งเป็นเพศชาย 66% เพศหญิง 34% ช่วงอายุระหว่าง 30-39 ปี เป็นคนวัยทำงาน แสดงอาการป่วยไม่มากจึงเป็นพาหะของโรคที่เดินทางไปทั่วประเทศ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขทำแผนที่แสดงจังหวัดที่ผู้ป่วยกระจุกตัว พบในกทม. 213 ราย สมุทรปราการ 13 ราย เชียงใหม่ 7 ราย ปัตตานี 6 ราย ชลบุรี 5 ราย ภูเก็ต 5 ราย ยะลา 3 ราย นครราชสีมา นราธิวาส ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 2 ราย ส่วนเพชรบูรณ์ กระบี่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครปฐม นครศรีธรรมราช นนทบุรี ร้อยเอ็ด สมุทรสาคร สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือคนวัยหนุ่มสาว ในสนามมวยเชื่อว่ามีผู้เข้าไปหลายพันคน แต่กรมควบคุมโรคค้นหาในเฟซบุ๊กติดตามได้เพียง 55 ราย ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริงมาก โดยคาดการณ์ว่าจะต้องพบผู้ติดเชื้อเกินกว่า 500 ราย ดังนั้นจึงขอให้ผู้ที่อยู่ในสนามมวยแสดงตัวโดยด่วน เพราะจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่
ขณะที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ซึ่งโรงพยาบาลในเครือข่ายได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้ป่วยไว้ 1,600 เตียง แบ่งเป็น รพ.เอกชน, รพ.สังกัดมหาวิทยาลัยแพทย์ และ รพ.สังกัดกทม. ขณะเดียวกันได้เตรียมสำรองเตียงไว้ในสถานพยาบาลพิเศษด้วย โดยจะดัดแปลงจากสถานที่ที่เป็นโรงแรมมาใช้ดูแลผู้ป่วยในส่วนนี้
"วันจันทร์นี้จะไปตรวจ คาดว่าจะได้ 450-500 เตียง ช่วงนี้จะเตรียมดูเรื่องสถานที่ เรื่องคน คาดสัปดาห์หน้าจะย้ายผู้ป่วยไปอยู่ในจุดนี้ได้ ผู้ป่วยที่จะมาอยู่ในสถานพยาบาลพิเศษนี้ คือต้องเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก่อน ซึ่งกลุ่มนี้จะมีอาการไม่รุนแรง อาจจะนอนที่โรงพยาบาล 2-3 วันก่อน แล้วจะให้ย้ายไปอยู่ที่สถานพยาบาลพิเศษนี้" รมช.สาธารณสุขกล่าว


