
ผอ.คลังสมองชาติ ปลุกปฏิรูปกติกาจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย
“ผอ.คลังสมองชาติ” ระดมถกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ตั้งกติกาจัดอันดับสถาบันการศึกษาไทย ยันผ่าคลอดไม่เกิน 2 ปี
“ผอ.คลังสมองชาติ” ระดมถกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ตั้งกติกาจัดอันดับสถาบันการศึกษาไทย ยันผ่าคลอดไม่เกิน 2 ปี
นายปิยะวัติ บุญ-หลง ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ เปิดเผยว่า จะเดินสายเชิญชวนอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อหารือถึงแนวทางกำหนดหลักเกณฑ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม แทนที่จะใช้หลักเกณฑ์ของต่างประเทศซึ่งไม่เหมาะสมกับประเทศไทย คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1-2 ปี
นายปิยะวัติ กล่าวว่า เบื้องต้นทางสถาบันคลังสมองฯ จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและเชิญตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สนใจมาร่วมพูดคุยกัน โดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจัดอันดับให้มหาวิทยาลัยใดเป็นที่หนึ่ง เพียงแต่ต้องการจัดระบบและกำหนดหลักเกณฑ์ให้เป็นมาตรฐานที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้
“อาจถือว่าเป็นการเริ่มต้นเขี่ยลูกก็ว่าได้ และขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครเข้ามาร่วมเล่นบ้าง” ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองฯ กล่าว
นายปิยะวัติ กล่าวว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในช่วงก่อนหน้านี้มักเน้นเฉพาะผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว แต่ไม่คำนึงถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยอย่างรอบด้าน เช่น คุณภาพการเรียนการสอน การบริการด้านวิชาการแก่สังคม เป็นต้น
“การจัดอันดับมหาวิทยาลัยถือเป็นเครื่องมือสะท้อนคุณภาพของสถาบันการศึกษาได้ แต่หากใช้ไม่เหมาะสมก็มีผลในด้านลบได้ เช่น การกำหนดตัวชี้วัดในเรื่องที่ไม่มีความสำคัญ แต่กลับละเลยภารกิจอย่างอื่นไป ฉะนั้นประเทศไทยต้องอย่าไปยอมใช้เครื่องมือที่คนอื่นคิดมาให้ทั้งหมด” นายปิยะวัติ กล่าว
นายปิยะวัติ กล่าวว่า สถาบันคลังสมองฯ ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยมีการสรุปบทเรียนจากต่างประเทศเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประสิทธิผล โดยพบว่าข้อดีของการจัดอันดับคือ ช่วยให้กระตุ้นให้สถานศึกษามีการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงกับตลาดแรงงานได้ รวมถึงนำข้อมูลจากการจัดอันดับไปใช้กำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคต
นายปิยะวัติ กล่าวว่า ขณะเดียวกันการจัดอันดับก็ส่งผลให้เกิดข้อเสียตามมาคือ ทำให้มหาวิทยาลัยหันเหทิศทางของตัวเองเพื่อมุ่งสู่การเป็นอันดับหนึ่ง โดยให้ความสำคัญกับนักศึกษาต่างชาติมากขึ้น และทอดทิ้งนักศึกษาที่มีผลการเรียนอ่อน ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา
“นอกจากนี้ยังพบว่า มหาวิทยาลัยบางแห่งมีการฉ้อโกงหรือบิดเบือนข้อมูลเพื่อที่จะได้อันดับที่ดีขึ้น เช่น จ้างให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นดีๆ ต่อมหาวิทยาลัย เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่ามีสถาบันใดบ้าง” ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองฯ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองฯ กล่าวว่า สถานการณ์ของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันถูกกดดันอย่างหนักจากความคาดหวังของสังคม ขณะเดียวกันก็ถูกบีบด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ โดยถูกรัฐตัดงบประมาณและไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้







