
น้ำขัง20วันนาล่ม-ติดหนี้ท่วมหัว
กว่า 3 สัปดาห์ หรือมากกว่า 20 วัน ที่หลายหมู่บ้านใน ต.บ้านแพ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบจากน้ำมูลเอ่อล้นไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน วัด โรงเรียน พื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กว่า 3 สัปดาห์ หรือมากกว่า 20 วัน ที่หลายหมู่บ้านใน ต.บ้านแพ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบจากน้ำมูลเอ่อล้นไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน วัด โรงเรียน พื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โดย...สุรชัย พิรักษา
เพียงแต่เหตุการณ์ในครั้งนี้อยู่ในระดับที่รุนแรง โดยเฉพาะ 4 หมู่บ้าน ที่เดือดร้อน คือ บ้านเบาน้อย หมู่ 2, บ้านวังปลัด หมู่ 3 บ้านโนนกลาง หมู่4 และบ้านหูลิง หมู่ 8 ทั้ง 4 หมู่บ้าน อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)บ้านแพ รวมกว่า 500 ครัวเรือน โดยหมู่บ้านวังปลัด ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทั้งบ้านเรือน วัด โรงเรียน พื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวนมาก ซึ่งทั้งตำบล มีนาข้าวถูกน้ำท่วมกว่า 2,500 ไร่ และคาดว่าจะเสียหายสิ้นเชิงทั้งหมด และขณะนี้กำลังรอการฟื้นฟู
น้ำท่วมกว่า 20 วันทำให้เกษตรกรได้ลุยน้ำลงแปลงนาเกี่ยวข้าวที่กำลังออกรวง ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำสูงกว่า 1 เมตร มานานกว่า 3 สัปดาห์ เริ่มเน่าเปื่อยเสียหายและส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ไม่สามารถที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย บางรายถึงกับนั่งร้องไห้น้ำตาตก แทบสิ้นเนื้อประดาตัว
นายสำราญ รุ่งแจ้งรัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 บ้านวังปลัด บอกว่า ปีนี้บ้านวังปลัดได้ประสบอุทกภัยหนักสุดในรอบกว่า 30 ปี บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม 48 ครัวเรือน โดยระดับน้ำสูง 1-2 เมตร เฉพาะนาข้าวได้ถูกน้ำท่วมเสียหายสิ้นเชิงกว่า 600 ไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งหมู่บ้านกว่า 1,000 ไร่ จึงอยากร้องขอให้รัฐบาลสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ และเมล็ดพันธุ์ข้าว
ทั้งนี้เพื่อทำนาปรังทดแทนนาข้าวที่เสียหายไป เนื่องจากลูกบ้านส่วนมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนเงินที่รัฐบาลจะจ่ายชดเชยให้เกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมนาข้าวไร่ละ 2,098 บาทนั้น ไม่เพียงพอเยียวยาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้ เพราะเกษตรกรต้องลงทุนไปเฉลี่ยไร่ละ 3,000–5,000 บาท อีกทั้งส่วนใหญ่มีหนี้สินจากการกู้ยืมเงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และหนี้นอกระบบมาลงทุนทำนา
ด้านนายบุญธรรม ชัยไธสง อายุ 54 ปี เกษตรกรบ้านวังปลัด หมู่ 3 กล่าวว่า ตนและครอบครัวทำนาทั้งหมด 32 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายสิ้นเชิง 18 ไร่ ปัจจุบันมีหนี้สินจากการกู้ยืมเงิน ธกส. มาลงทุนทำนารวมกว่า 400,000 บาท และยังไม่รู้ว่าจะไปหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ส่วนนาข้าวที่เหลืออีก 14 ไร่ ก็จะเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน และเป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลผลิตหน้า
“จากผลกระทบดังกล่าวจึงอยากร้องให้ให้ทาง ธกส. ได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปรับโครงสร้างหนี้ หรือพักชำระหนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับตนเองและครอบครัวด้วย” นายบุญธรรม กล่าว
ขณะที่ นายเดือน บุญครอบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านแพ กล่าวว่า น้ำมูลไหลมาจาก จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรหลายหมู่บ้าน วัด โรงเรียน พื้นที่การเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าว และไม้ผล เสียหายอย่างหนัก ที่ผ่านมามีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ แต่เป็นแค่การช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งทาง อบต.บ้านแพ และอำเภอคูเมือง ได้เร่งสรุปความเสียหายทั้งหมดและทำโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไว้แล้วเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรต้องการจะทำนาปรังชดเชยข้าวที่เสียหายในช่วงหน้าแล้งแทน เบื้องต้นทาง อบต. ก็ได้ประสานขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากชลประทานแล้ว จำนวน 3 เครื่อง ส่วนพันธุ์ข้าวทาง อบต.มีงบประมาณอยู่ 200,000 บาท ในการจัดซื้อพันธุ์ข้าวมาแจกจ่าย แต่ก็คงไม่เพียงพอกับจำนวนเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จึงอยากให้รัฐบาลหรือทางเกษตรจังหวัด ได้สนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรดังกล่าวด้วย
อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ชาวบ้านได้แต่หวัง และรอคอยการช่วยเหลือจากทางภาครัฐในการเยียวยาและฟื้นฟู เหตุการณ์เลวร้ายมหาอุทกภัยครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไป เหมือนกับฝันร้ายเกิดขึ้นเพื่อรอรับการตื่นขึ้นมาสู้ชีวิตใหม่







