
ศอ.บต.จ่ายเยียวยา 3ศพชาวบ้าน เหยื่อกระสุนปืนทหาร
นราธิวาส-ศอ.บต.จ่ายเยียวยา 3 ศพชาวบ้านเหยื่อกระสุนปืนทหาร รายละ 5 แสนบาท ขณะทหารฉก. 45 พร้อมสร้างบ้านให้กับครอบครัวบูดีลันเพื่อภรรยาและลูกชายอายุ1ปีเศษ
นราธิวาส-ศอ.บต.จ่ายเยียวยา 3 ศพชาวบ้านเหยื่อกระสุนปืนทหาร รายละ 5 แสนบาท ขณะทหารฉก. 45 พร้อมสร้างบ้านให้กับครอบครัวบูดีลันเพื่อภรรยาและลูกชายอายุ1ปีเศษ
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562ผู้สื่อข่าวรายงานความช่วยเหลือให้กับครอบครัวทั้งสามชีวิตที่ถูกคมกระสุนปืนของทหารหน่วยจรยุทธ์ยิงผิดผลาดจากการเข้าใจผิดในระหว่างการปฏิบัติการตามแผนจรยุทธ์พิชิตเขาตะเวเพื่อติดตามไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เข้าใจว่าหลบซ้อนตัวอาศัยพักพิงบนเทือกเขาตะเว จนเกิดการสูญเสียชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่มีเพียงเลื้อยยนต์ที่เป็นเครื่องมือหากินไม่ได้มีอาวุธสงครามและอาวุธปืนพกสั้นตามที่ถูกผู้ก่อเหตุกล่าวหามาก่อนหน้านี้
ล่าสุด พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และพันเอก ธีร์พัชร์ เอมพันธ์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่หมู่ 8 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียน และมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทครอบครัว ของนายฮาพีซี มะดาโอะ อายุ 24 ปี นายบูดีมัน มะลี อายุ 26 ปี และ นายมะนาซี สะมะแอ อายุ 27 ปี จากกรณีเจ้าหน้าที่ยิงทั้ง 3 คนเสียชีวิตบนเขาตะเว เนื่องจากสำคัญผิดว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยทั้ง 3 ครอบครัวจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น ครอบครับวละะ 500,000 บาท ตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555 (ระเบียบ กพต.)
พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า วันนี้ เป็นการเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทั้ง 3 ครอบครับ ที่เป็นทายาท ในการช่วยเหลือเยียวยาด้วยทุนเป็นการช่วยเหลือตามระเบียบ กพต. ซึ่งเป็นระเบียบของทางราชการ ซึ่งต้องแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมากที่สุด พร้อมกันนี้ได้สำรวจสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ระเบียบราชการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นการช่วยเหลือเยียวยาด้านจิตใจ ซึ่งภาครัฐตั้งใจที่จะช่วยเหลือทุกมิติ อาทิ การหางานแก่พี่น้องของผู้เสียชีวิตที่ยังว่างงาน ประสานโรงพยาบาลในพื้นที่ให้ช่วยดูแลพ่อแม่ของทั้ง 3 ครอบครัว ซึ่งมีโรคประจำตัว และบางครอบครัวมีอาการเจ็บป่วยที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ อย่างไรก็ดีการลงพื้นที่วันนี้เสมือนการมาเยี่ยมญาติ เนื่องจากภาครัฐมีความเสียใจกับทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น และหวังว่าวันหน้าจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ด้าน พันเอก ธีร์พัชร์ เอมพันธ์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จึงลงพื้นที่ร่วมกับ ศอ.บต.เพื่อมาขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมดูแลทุกอย่างตามกำลังที่มี โดยเบื้องต้นคาดว่าจะนำเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยเหลือครอบครัวนายบูดีลัน มะลี ซึ่งมีภรรยาและบุตร อายุ 1 ปี 2 เดือน ในการนำกำลังมาช่วยสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อให้ภรรยาและลูกของนายบูดีลัน มีบ้านเป็นตนเองตามความหวังของครอบครัว ในส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่เป็นชุดดำเนินการก่อให้เกิดความสูญเสียในครั้งนี้ ขณะนี้เข้ามอบตัวและสอบสวนตามการดำเนินการของคดีเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้เงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 500,000 บาทนี้ จะแบ่งให้แก่บิดามารดา ภรรยาเและบุตรผู้เสียชีวิตเท่าๆกัน ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาอื่นๆ จะมีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน เพื่อให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือเยียวยา พิจารณาช่วยเหลือทั้ง 3 ครอบครัวทุกมิติ ตามสภาพปัญหาและความจำเป็นในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากทั้ง 3 ครอบครัวมีฐานะยากจน และผู้เสียชีวิตต่างเป็นเสาหลักของครอบครัวอีกด้วย
ในส่วนของประชาชนในพื้นที่ยังคงสะท้อนประเด็นที่ทางเจ้าหน้าที่อ้างว่ามีการประกาศห้ามขึ้นบนเขาตะเวมาก่อนหน้านี้แล้วทำไมชาวบ้านที่นี่ต้องแหกกฎด้วยจึงทำให้เกิดการสูญเสียในครั้งนี้
จากการพูดคุยกับชาวบ้านที่นี่ว่าการขึ้นเขาของคนที่นี่เพื่อหากินกับพื้นป่าเขาตะเวมาหลายชั่วอายุคน เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพไม่ได้หวังที่จะยึดป่าไม้แต่อย่างใดแต่ป่าตะเว้เหมือนปัจจัยการดำรงชีพของคนที่นี่ เพราะคนที่นี่ส่วนมีอาวุธทำสวนกรีดยางเลี้ยงชีพ บางช่วงไม่สามารถกรีดยางก็จะขึ้นเพื่อหาของป่าตามเขาเช่นน้ำผึ้งป่ารับจ้างแบกไม้เลื่อยไม้เอาสร้างบ้านเป็นต้นไม่ใช่ไปขึ้นไปสร้างแคป์ของแนวร่วมตามที่เข้าใจแต่อย่างใด
ดังนั้น การประกาศกฎของเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้ขึ้นเขาดูเหมือนชาวบ้านไม่ค่อยสนใจเพราะถ้าไม่ขึ้นเขาแล้วจะเอารายได้อะไรไม่เลี้ยงชีพเพราะลำพังกรีดยางไม่พอเลี้ยงชีพเพราะในสภาวะราคายางตกต่ำมายาวนานต่อเนื่องหลายปีทำให้ชาวบ้านที่นี่ยากจนยิ่งขึ้นหลายครอบครับปรับเปลี่ยนการดำรงชีพเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวจากการกินข้าววันละสามมื้อต้องลดเหลือเพียงสองมื้อต่อวันเพราะเกิดจากรายได้ลดลงกระจ่ายทั่วเกือบทุกตำบล จึงไม่แปลกที่ชาวบ้านที่นี่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวจึงต้องขึ้นเขาหารายได้เลี้ยงชีพมันผิดด้วยหรือจึงอยากให้ทางกอ.รมน.ภาค4มองชีวิตและความอยู่รอดของประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่าได้คิดเพียงความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้งในการเขียนประกาศเป็นคำสั่งเป็นกฎบังคับใช้ให้กับประชาชนโดยไม่เคยความรู้สึกของชาวบ้านและกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในการดำรงอน่างปลอดภัยตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญและเป็นแนวทางที่ขัดแย้งพระราชดำรัสของในหลวงที่ว่า"เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา" อย่างแท้จริงจึงอยากให้ใกอ.รมน.ภาค4ทบทวนและยกเลิกการประกาศห้ามขึ้นเขาเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อีก/ญาติผู้สูญเสียและประชาชนในพื้นที่รอบเขาตะเวได้ร่วมสะท้อน







