posttoday
ศาลฎีกายกคำร้องขอให้ทรัพย์ "สมบัติ อุทัยสาง"อดีต รมช.มท. ตกเป็นของแผ่นดิน

ศาลฎีกายกคำร้องขอให้ทรัพย์ "สมบัติ อุทัยสาง"อดีต รมช.มท. ตกเป็นของแผ่นดิน

29 พฤศจิกายน 2562

ศาลฎีกานักการเมืองยกคำร้องขอให้ทรัพย์ “สมบัติ อุทัยสาง” อดีตรมช.มหาดไทย ตกเป็นของแผ่นดิน เหตุระยะเวลาพ้นอำนาจไต่สวนป.ป.ช.

ศาลฎีกานักการเมืองยกคำร้องขอให้ทรัพย์ “สมบัติ อุทัยสาง” อดีตรมช.มหาดไทย ตกเป็นของแผ่นดิน เหตุระยะเวลาพ้นอำนาจไต่สวนป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ศาลฎีกา เเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดี หมายเลขดำที่ อม. 209/ 2561  หมายเลขแดงที่ อม.258 / 2562 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินนายสมบัติ อุทัยสาง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางสุจิวรรณ อุทัยสางกับพวกรวม 4 คน ผู้คัดค้าน ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน โดยศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง  วินิจฉัยในสาระสำคัญว่าด้วยพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2552 

โดยมาตรา 75 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่ากรณีที่จะมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดร่ำรวยผิดปกติ จะต้องกล่าวหาต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เสียก่อน และการกล่าวหาดังกล่าวจะต้องกระทำในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น

คดีนี้ทรัพย์สินที่เป็นมูลเหตุของการร่ำรวยผิดปกติ คือเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาคอนแวนต์จำนวน 3 บัญชี และเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห์สาขาพุทธมณฑลจำนวน 5 บัญชี โดยนำฝากระหว่างวันที่ 12  มีนาคม 2540 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2543  อันเป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย แต่ระหว่างนั้นไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ว่าผู้ถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ จนกระทั่งผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือตำแหน่งประธานกรรมการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเกิน 2  ปีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 75 แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมมีผลทำให้คณะกรรมการป.ป.ช.ไม่มีอำนาจรับไว้พิจารณากรณีดังกล่าว

แม้ต่อมาจะมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 พ.ศ.2550 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 2)  พ.ศ.2545 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 26 และมาตรา 75 แต่ไม่มีบทบัญญัติใดให้นำมาตรา 66 และมาตรา 75 ที่แก้ไขใหม่มาใช้บังคับแก่คดีที่ล่วงพ้นกำหนดเวลาที่คณะกรรมการป.ป.ช.จะรับพิจารณาไต่สวนไปแล้ว  จึงไม่ทำให้อำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป.ป.ช.ที่สิ้นสุดลงไปแล้วกลับมีอำนาจขึ้นอีก

อีกทั้งคณะกรรมการป.ป.ช. มีคำสั่งที่ 23/ 2552 ลงวันที่ 14 มกราคม 2552 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกกล่าวหาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารร่ำรวยผิดปกติ เป็นกรณีที่จะต้องบังคับแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่ได้มาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโดยร่ำรวยผิดปกติตามที่ระบุไว้ในคำสั่งดังกล่าวเท่านั้น  

คณะกรรมการป.ป.ช.ไม่มีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนโดยอ้างอิงตำแหน่งทั้งสองนี้ เพื่อเป็นเหตุทำให้เกิดอำนาจไต่สวนย้อนหลังไปถึงทรัพย์สินที่ได้มาเมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาไต่สวนแล้วได้ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้สั่งให้เงินฝากของผู้ถูกร้องตกเป็นของแผ่นดินได้ ศาลจึงพิพากษายกคำร้อง

ข่าวล่าสุด

สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อเสนอ “อนาคตผู้ว่าฯกทม.” ล้างไพ่ ระบบสุขภาพ

สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อเสนอ “อนาคตผู้ว่าฯกทม.” ล้างไพ่ ระบบสุขภาพ