
นายกฯระบุพร้อมผลักดันการขนส่งเชื่อมประเทศลุ่มน้ำโขง
นายกฯ ประชุม ACMECS Summit ระบุไทยพร้อมสนับสนุนการขนส่งเชื่อมโยงประเทศในลุ่มน้ำโขง เผยครึ่งปีที่แล้วมูลค่าการค้าไทยกับประเทศสมาชิกเพิ่ม36%
นายกฯ ประชุม ACMECS Summit ระบุไทยพร้อมสนับสนุนการขนส่งเชื่อมโยงประเทศในลุ่มน้ำโขง เผยครึ่งปีที่แล้วมูลค่าการค้าไทยกับประเทศสมาชิกเพิ่ม36%
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงในพิธีเปิดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือ ACMECS Summit ครั้งที่ 4 ที่สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชาแห่งใหม่ ว่า เป็นการประชุมที่มีความสำคัญในการพัฒนาการลงทุน ทั้งนี้วิสัยทัศน์ตามปฏิญญาพุกาม ปี 2003 จะเป็นการสร้างเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศลุ่มแม่น้ำโขง และลดช่องว่างทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน จะเห็นจากการค้าและการลงทุนตามชายแดนเพิ่มขึ้น ครึ่งปีแรกในปี 2009 มูลค่าการค้าของไทยกับประเทศ ACMECS เพิ่มขึ้น 36%
ทั้งนี้ ได้มีการรับรองแผนปฏิบัติการ ACMECS ฉบับใหม่ปี 2010 - – 2012 โดยเน้นบทบาทสำคัญของประชาชนในท้องถิ่น ที่เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์และผลกระทบจากแผนงานและโครงการภายใต้กรอบความร่วมมือเพื่อการพัฒนา
นอกจากนี้ ACMECS ยังได้มีการหารือกับผู้แทนภาคธุรกิจ ซึ่งภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมภายใต้กรอบความร่วมมือในอนุภิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ล่าสุด ประเทศไทยได้เห็นชอบและอยู่ในแผนที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่โครงการเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนกว่า 4,200 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมาเพิ่มจากยอดเงินจำนวน 15,000 ล้านบาท ที่ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ยังได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบการขนส่งสินค้าและการเดินทางของประชาชนควบคู่ โดยไทยพยายามเร่งรัดกระบวนการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดน (CBTA) และจะจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จจำนวน 10 แห่งตามแนวชายแดนไทยกับเพื่อนบ้านที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าศุลกากร และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง รัฐสภาไทยยังได้เห็นชอบต่อโครงการความตกลงการตรวจลงตราเดียวกันภายใต้กรอบ ACMECS เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศที่สาม และส่งเสริมแนวคิด “ห้าประเทศ หนึ่งจุดหมาย”
สำหรับความร่วมมือสาขาเกษตรกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรม ได้เสนอให้เร่งจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตร่วมตามแนวชายแดน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ







