
รัฐสภาผ่านกรอบความร่วมมือศก.ไทย-ฮ่องกง
ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 324 ต่อ 6 เสียง ผ่านกรอบการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทย-ฮ่องกง
ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 324 ต่อ 6 เสียง ผ่านกรอบการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทย-ฮ่องกง
ที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก 324 ต่อ 6เสียงเห็นชอบกรอบการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทยกับฮ่องกงเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า สาระสำคัญของกรอบความร่วมมือ ได้แก่ การยกระดับความร่วมมือด้านการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนในสาขาต่าง ๆ ที่ไทยและฮ่องกงมีศักยภาพและเป็นประโยชน์ต่อกัน
ทั้งนี้ระหว่างการประชุมสมาชิกรัฐสภาทั้งส.ส.และส.ว.ต่างอภิปรายแสดงความคิดเห็นว่าการดำเนินการให้รัฐสภามีมติเห็นชอบกรอบการเจรจาเรื่องนี้จะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เนื่องจากฮ่องกงไม่ได้มีสถานะเป็นประเทศ ซึ่งเนื้อหาในมาตรา190นี้ระบุว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพระหว่างประเทศ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นๆ กับนานาประเทศหรือกับองค์กรระหว่างประเทศ” อันเป็นการแสดงให้เห็นว่ามาตรา 190 กำหนดให้การดำเนินเฉพาะประเทศที่มีสถานะเป็นประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้มีการสอบถามว่าการเจรจาตามกรอบดังกล่าวจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับการจัดทำเขตการค้าเสรีอาเซียนกับจีนหรือไม่
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ชี้แจงว่า ฮ่องกงแม้ว่าจะไม่ได้มีสถานะเป็นประเทศ แต่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจีนได้ให้อำนาจสิทธิ์ขาดกับฮ่องกงในการตัดสินทางเศรษฐกิจ การค้า และ การลงทุน จึงคิดว่าการดำเนินการเจรจากับฮ่องกงในกรอบนี้ไม่น่าจะขัดกับรัฐธรรรมนูญ
“สำหรับการกรอบการเจรจาเรื่องนี้จะไม่มีความซ้ำซ้อนกับเขตการค้าเสรีดังกล่าว เนื่องจากกรอบการเจรจาที่ไทยสร้างกับฮ่องกงนี้เป็นเพียงกลไกหนึ่งของการสร้างความร่วมมือกันเท่านั้น ไม่ได้มีการสร้างเงื่อนไขที่มีผลผูกพันระหว่างกัน เช่น การลดเพดานภาษีให้เหลือ 0% เป็นต้น ซึ่งต่างกับการทำเขตการค้าเสรีที่คู่เจรจาจะต้องมีการลดภาษี” นายอลงกรณ์ กล่าว







