
ตำรวจตั้ง3ข้อหาพ่อค้าขายลาบยิง4นัดรำคาญควันไก่ย่างขนของกลับอุบลฯแล้ว
บุรีรัมย์-ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาพ่อค้าลาบกราดยิง4นัดเหตุรำคาญควันไก่ย่างและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยร้านค้าจุดเกิดเหตุเจ้าตัวอ้างแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าไม่ได้เจาะจงใคร
บุรีรัมย์-ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาพ่อค้าลาบกราดยิง4นัดเหตุรำคาญควันไก่ย่างและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยร้านค้าจุดเกิดเหตุเจ้าตัวอ้างแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าไม่ได้เจาะจงใคร
พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เปิดเผยความคืบหน้าคดีพ่อค้าขายลาบรถเข็น ใช้อาวุธปืนยิงหน้าร้านขายไก่ย่าง และร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขายอยู่บริเวณข้างปั้ม ปตท.บ้านยาง ริมถนนสาย บุรีรัมย์-สตึก ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค.62สาเหตุเกิดจากพ่อค้าร้านลาบรำคาญควันไก่ย่างแม่ค้าที่ขายอยู่ติดกันว่า พนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อหาพ่อค้าขายลาบคนก่อเหตุไปแล้ว 3 ข้อหา คือ “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร , และยิงปืนในที่สาธารณะ” และเบื้องต้นได้ปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาการบาดเจ็บจากการถูกรุมทำร้ายร่างกายขณะเกิดเหตุชุลมุนซึ่งญาติได้นำกลับไปรักษาที่ จ.อุบลราชธานี และไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน
ส่วนจะเข่าข่ายข้อหาอื่นหรือไม่ ก็ต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมประกอบกับขณะนี้ยังไม่มีพ่อค้าแม่ค้า หรือผู้เสียหายรายใด เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ แต่เป็นการจับกุมตามพฤติการณ์การก่อเหตุส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุจากการตรวจสอบเป็นปืนขนาด 9 ม.ม. ซึ่งมีการจดทะเบียนถูกต้อง หลังก่อเหตุพนักงานสอบสวนก็ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนผู้ก่อเหตุก็ให้ข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุราแล้วเกิดมีปากเสียงกันก่อนจะวิ่งไปเอาปืนที่รถออกมายิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่คนที่นั่งกินเหล้าด้วยกันไม่ได้เจาะจงจะยิงใครจากนั้นลูกสาวผู้ก่อเหตุก็มาแย่งปืนจากมือไปแล้วผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จึงวิ่งเข้าไปทำร้ายผู้ก่อเหตุจนได้รับบาดเจ็บศรีษะแตก และมีรอยหกช้ำตามร่างกาย ส่วนชนวนเหตุจะเกิดจากที่ไม่พอใจเรื่องควันแม่ค้าขายไก่ย่างหรือไม่ ก็ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมเช่นกันอย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของพ่อค้าแม่ค้า ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยตรวจตราดูแลความปลอดภัยในเบื้องต้นแล้ว
ด้านนางติ๋ว เย็นดีรัมย์ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายไก่ย่างยังคงมาขายตามปกติ แต่ก็ยอมรับว่ากลัวแต่จำเป็นต้องมาขาย เพราะต้องทำมาหากินหาเลี้ยงครอบครัวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาช่วยดูตรวจตราดูแล แต่ก็ยังรู้สึกกังวลเพราะไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุจะหวนกลับมาอีกหรือไม่ ซึ่งไม่ได้อยากจะมีเรื่องมีราวที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ไปตอบโต้อะไร และพยายามแก้ไขเรื่องควันโดยการนำพัดลมดูดมาดูควันแล้ว แต่บางช่วงที่มีลมก็อาจจะมีควันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนร้านขายลาบ หลังจากวันที่เกิดเรื่องก็ไม่ได้มาเปิดขายอีกทราบว่าได้ขนข้าวของกลับภูมิลำเนาที่ จ.อุบลราชธานีไปแล้ว.







