
มองคอร์รัปชันไทย (1)
คนไทยอดทนที่สุดในโลก
คนไทยอดทนที่สุดในโลก
โดย..พลเดช ปิ่นประทีป
เพื่อต้อนรับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านทุจริตครั้งที่ 14 (IACC) ซึ่งประเทศไทยโดยสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นเจ้าภาพ ผมขอร่วมฝากข้อเขียนชุด “มุมมองคอร์รัปชันไทย” จากข่ายงานประชาสังคม ให้ทุกฝ่ายได้ร่วมพิจารณา 3 ประเด็น ดังจะได้นำเสนอไปตามลำดับ คือ
(1) คนไทยอดทนที่สุดในโลก (2) อนาคตคอร์รัปชันไทย (3) ข้อเสนอฝ่าวงล้อม
จำได้ว่าเมื่อสิบปีก่อนที่องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเริ่มจัดทำและประกาศคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) เปรียบเทียบ และจัดอันดับของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยคะแนนต่ำและอยู่ในตำแหน่งที่แย่มากนั้น มีปฏิกิริยาไม่ยอมรับ ตอบโต้ และตั้งข้อสงสัยกันพอสมควรว่า ทำด้วยวิธีไหน เชื่อถือได้หรือเปล่า?
แต่องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เขาไม่เสียเวลามาตอบข้อสงสัยของใครหรือประเทศใดหากยังคงเดินหน้าจัดทำและประกาศผลด้วยความหนักแน่น มั่นคง และตรงเวลาทุกปีเรื่อยมา จนบัดนี้เป็นที่ยอมรับและนำมาใช้อ้างอิงกันทั่วไปแล้ว
คะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันของประเทศไทยตลอด 15 ปี ที่ผ่านมาอยู่ในระดับไม่เกิน 3 จาก 10 จนดูคล้ายกับจะเป็นคะแนนที่ถาวรไปแล้ว กล่าวคือ 2.8 (2538), 3.0 (2540), 3.2 (2542), 3.2 (2544), 3.3 (2546), 3.8 (2548), 3.3 (2550), 3.4 (2552) และ 3.5 (2553)
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีภาพลักษณ์ดังกล่าวยังเป็นเพียงเครื่องสะท้อนความรู้สึก-รับรู้ขององค์กรต่างประเทศที่มองเรา ส่วนความจริงเป็นอย่างไร ปัญหาสาเหตุอยู่ที่ไหนนั้นต้องใช้เครื่องมืออื่นช่วยหาข้อมูลประกอบ
เมื่อปี 2549 สถาบัน Asia Intelligence ได้วัดความรุนแรงของปัญหาคอร์รัปชันในภาครัฐบาลและภาคเอกชน กับความจริงจังในการแก้ปัญหาของรัฐบาลและประชาชนในทวีเอเชียบางประเทศ ซึ่งพบว่าประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง :
· ความรุนแรงของปัญหาคอร์รัปชันภาครัฐ, 8.27 (รุนแรงมากถึงมากที่สุด)
· ความจริงจังของรัฐบาลในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน 8.00 (น้อยถึงน้อยที่สุด)
· ความอดทนของประชาชนต่อปัญหาคอร์รัปชัน 8.00 (ทนมากถึงมากที่สุด)
ประเทศ ความรุนแรงของปัญหาคอร์รัปชัน /ความจริงจังของรัฐบาลในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน / ความอดทนของประชาชนต่อปัญหาคอร์รัปชัน
ภาครัฐบาล / ภาคเอกชน
1จีน 7.31 7.39 4.88 7.50
2. ฮ่องกง 2.11 2.67 1.04 2.35
3. อินเดีย 6.95 6.33 7.00 7.25
4. อินโดนีเซีย8.67 7.36 8.37 9.00
5. ญี่ปุ่น 3.25 2.87 3.11 2.00
6. มาเก๊า 5.07 5.07 4.64 6.07
7. มาเลเซีย 6.41 5.54 6.39 5.91
8. ฟิลิปปินส์ 7.71 7.12 8.18 8.20
9. สิงคโปร์ 1.42 1.39 0.57 0.71
10. เกาหลีใต้ 5.48 5.34 4.56 5.13
11. ไต้หวัน 6.10 6.01 5.36 6.30
12. ไทย 8.27 5.25 8.00 8.00
13. เวียดนาม 8.01 7.66 8.57 8.14
ลำดับความรุนแรงของปัญหาเริ่มต้นจาก 0 ถึง 10 กล่าวคือ ไม่มีปัญหาคือ 0
ที่มา : ข้อมูลเบื้องต้นจาก Asian Intelligence. “Corruption in Asia : Regional Overviews” (March 1,2006)
เมื่อประกอบกับงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ของชาวต่างชาติชิ้นหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนซึ่งเคยชี้ว่าโดยทั่วไปสังคมไทยมีโครงสร้างทางสังคมแบบหลวม เมื่อเปรียบเทียบกับสังคมญี่ปุ่น จีน เกาหลี ที่กระชับแน่นมากกว่า ทำให้คนไทยมีความผูกพันกับชุมชนและประเทศชาติน้อย และไม่ค่อยหวงแหนสมบัติสาธารณะส่วนรวม
ค่านิยมของคนไทยในเรื่องบุญคุณนิยม พวกพ้องนิยม อำนาจนิยม และสุขนิยมมีผลกระทบทางลบที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน
ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ต้องทำมาหากินและเผชิญกับปัญหาปากท้อง มักจะเบื่อหน่ายและวางเฉยต่อพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้องของข้าราชการ – นักการเมือง ละเลยและชินชาต่อคอร์รัปชันทั้งรายย่อยและการทุจริตทั่วไป
เมื่อเราพูดถึงสำนึกของคนไทยที่อดทนและยอมจำนนต่อคอร์รัปชันนั้น ย่อมหมายถึงคนไทยทุกคนทุกระดับทุกตำแหน่งหน้าที่ ก็คนไทยทั้งนั้นแหละครับที่เป็นข้าราชการ เป็นนักการเมือง เป็นนักธุรกิจ เป็นชาวบ้านร้านถิ่น เป็นตุลาการ ฯลฯ รวมถึงผู้ที่ขับเคลื่อนองค์กรปราบคอร์รัปชันด้วย
ผมนึกถึงบทเรียนของฮ่องกงเมื่อ 50 ปีก่อน เขามีคอร์รัปชันที่รุนแรงมากกว่าเราอีกและมากเสียจนคนฮ่องกงต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติการแก้ปัญหา จนเกิดเป็นต้นแบบของหน่วยงาน ป.ป.ช. ให้เราได้เอาอย่าง
การเปลี่ยนแปลงของฮ่องกงเกิดขึ้นเมื่อความอดทนถึงขีดสุด
คนไทยไม่ได้เก่งน้อยกว่าคนฮ่องกง แต่คนไทยทนทานกว่าและยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงขีดเดือดตามธรรมชาติ
การเปลี่ยนมุมมองและหาจุดคานงัดใหม่ๆ เป็นสิ่งจำเป็นครับ.







