posttoday

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

04 สิงหาคม 2562

เปิดเรื่องราวชีวิต "สุภัทรภณ กสิกรรม" กลางวันเป็นเกษตรกรหนุ่มทำบ่อกุ้ง กลางคืนเป็นนักแสดงนางโชว์ "แดร็ก ควีน" กับเส้นทางในการค้นหาตัวตนและความฝันที่ลงมือทำจนเป็นจริง

เปิดเรื่องราวชีวิต "สุภัทรภณ กสิกรรม" กลางวันเป็นเกษตรกรหนุ่มทำบ่อกุ้ง กลางคืนเป็นนักแสดงนางโชว์ "แดร็ก ควีน" กับเส้นทางในการค้นหาตัวตนและความฝันที่ลงมือทำจนเป็นจริง

*******************

โดย…รัชพล ธนศุทธิสกุล

“สุภัทรภณ กสิกรรม” หรือ “เดียร์” ใครบางคนรู้จักเขาในฐานะ ‘เกษตรกรบ่อกุ้ง’ หนุ่มหล่อวัย 32 ปี จ.นครปฐม ที่หาตัวจับได้ยาก ขณะที่ในอีกภาคชีวิตหนึ่งก็มีคนรู้จักในความงามของศิลปะ ‘แดร็ก ควีน’ ที่ออกแสดงงานโชว์ทั่วประเทศ

ชีวิต 2 แบบที่ขัดแย้งและดูไม่เข้ากันได้กลายเป็นที่สนใจของคนในสังคม ใครที่กำลังตามฝันหรือใครก็ตามที่กำลังท้อใจจะเรื่องราวของ “สุภัทรภณ กสิกรรม” หรือ “เดียริส ดอลล์” ฉายาแดร็กควีน ก็ล้วนแล้วแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณได้ทั้งสิ้น

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

อดีตเด็กนครปฐมผู้ฝันใฝ่เป็นนักร้อง

สุภัทรภณ กสิกรรม หรือ เดียร์ เกิดและเติบโตที่ จ.นครปฐม โดยตั้งแต่เด็กจนโตชีวิตไม่ต่างไปจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เพศที่ 3 ที่ต้องเผชิญการฟันฝ่าของคนในครอบครัวไม่ยอมรับควบคู่ไปกับการแสวงหาตัวตนทำตามความฝันที่ขัดต่อเพศสภาพ

“ที่บ้านเห็นกระตุ้งกระติ้งตั้งแต่เด็กๆ ท่านก็คงพอจะรู้ในตอนนั้นที่บ้านเลยจะเข้มงวดมากกับการเป็นเพศที่ 3 แล้วเราต้องการที่จะออกนอกกรอบ มันเป็นอะไรที่ทรมานมากในจิตใจ เราเลยเหมือนกับว่าไปในทางที่ผิดๆ ด้วยความเป็นวัยรุ่นจุดนั้นเราไม่รู้จะไปทิศทางไหน สื่อหรือช่องทางที่เปิดกว้างให้กับการเป็นเพศต่าง การให้คำปรึกษาในเรื่องนี้น้อยมาก ก็โดดเรียน ไม่ค่อยกลับบ้าน”

เดียร์เล่าว่า ณ ตอนนั้นการอยู่กับเพื่อนกลุ่มที่ยอมรับถือเป็นความสุขที่สุด และการฝันอยู่กับการเป็นนักร้องนักแสดงเพียงเท่านั้นที่เป็นเป้าหมายในชีวิต เพราะหลังจากเปิดตัวว่าเป็นชายรักชายในช่วงใกล้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทำให้แม่โกรธมากถึงขนาดไม่คุยด้วยเป็นอาทิตย์ๆ

“เราก็ขอพ่อไปเรียนต่อคอสเมติก ที่สถาบันชั้นนำ Traute de Lorenzi ประเทศเยอรมนี เพราะพ่อดูจะยอมรับสิ่งที่เราเป็นได้ และก็อาจจะมองว่าเราเกเรเลยอยากจะให้ไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกเพื่อจัดการตัวเองให้เป็น คือจริงๆ มารู้ที่หลังว่าท่านเป็นห่วงว่าจะใช้ชีวิตลำบากไหมกับการเป็นเพศแบบเรา เราก็มาเรียนทั้งเรื่องดูแลผิวหน้าผิวกาย เรียนเต้นเพื่อจะเป็นนักร้องนักแสดง พอจบก็ได้ทำงานแต่งหน้านางแบบนายแบบมันก็พิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าเราใช้ชีวิตได้และทำได้ดี หลังๆ คุณแม่ก็คลายตัวยอมรับในตัวเรา”

ขณะที่ได้รับความสุขในการเป็นที่ยอมรับของครอบครัวเสริมกำลังให้มุ่งทำตามความฝันการเป็นศิลปิน จู่ๆ คุณแม่ก็ป่วยไม่เป็นมะเร็ง ทุกอย่างจึงต้องชะงักหยุดและกลับตาลปัตรเป็นคนเลี้ยงกุ้ง

“เราบินกลับมาดูแลคุณแม่ และก็ช่วยพ่อทำบ่อกุ้ง จนวันหนึ่งคุณแม่ให้ไปประกวดร้องเพลง มันมีความสุข ท่านยอมรับไม่พอยังสนับสนุน และพอประกวดครั้งนั้นเราได้เข้าใกล้ความฝันเราขึ้น จนคุณแม่เสียเราก็ได้สัจธรรมชีวิตขึ้นมาว่า เราเหลือแค่พ่อและปู่ยา ถ้าวันใดวันหนึ่งพ่อเสียแล้วปูย่าจะติดต่อเรายังไง และใครจะดูแลเขา เราก็ต้องอยู่ที่นี้แล้ว ก็ไม่กลับไป แต่อยู่ที่นี้เราจะอะไรดี สังคมตอนนั้น 8-9 ปียังไม่ค่อยเปิดมาก เราก็ขอตามฝันที่เมืองไทยแล้วกัน และก็ทำบ่อกุ้งช่วยคุณพ่อด้วยในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนถ้าวันไหนเพื่อนๆ บอกว่าขาดคนร้องเพลงเราก็ไปร้องเพลง”

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

เดียร์รับทั้งงานอีเว้นท์ งานสังสรรค์ งานจัดเลี้ยง งานฉลองวันเกิด ทั้งตามตลาดนัด หรือห้างดัง รวมทั้งในสถานบันเทิงทั่วประเทศ เก็บเกี่ยวประสบการณ์เข้าแข่งขันในรายการโทรทัศน์กว่า 50 รายการ ในฐานะนักร้องจนค่อยๆกลายเป็นที่รู้จัก และนอกจากนี้ยังได้รับโอกาสในการแสดงก็อปปี้โชว์ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เป็นเส้นทางนำมาสู่การเป็น ‘แดร็ก ควีน’ โดยที่เขาเองนั้นก็ไม่ได้คาดคิด

“กลางวันเราก็ทำบ่อกุ้ง ทำตามที่พอสั่งงานไว้ หลักๆ จะทำเรื่องของดูแลอาหารและเฝ้ากั้นคนขโมยและตัวตะกวดลงไปกินสลับกับคุณพอถ้าไม่ว่างจากงานตำรวจที่กรุงเทพฯ ตกๆ แล้วงานในส่วนนี้ของเราคราวๆ อาทิตย์หนึ่งเราก็จะทำประมาณ 4 วันต่ออาทิตย์ อีก 3 วันก็จะทำงานโชว์ของเรา มันก็จะวุ่ยวายหน่อยแต่ก็มีความสุขกับคุณพ่อสลับกันไปมาเวลาเรามีงานด่วน”

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

เถลิงบัลลังก์แดร็ก ควีน “เดียริส ดอลล์”

“จากที่ร้องเพลงธรรมดา แต่งตัวเป็นผู้ชาย งานโชว์ที่เราร่วมออกงาน ก็มีก็อปปี้โชว์ ซึ่งโดยส่วนตัวเราก็ชอบและก็แอบมองเขาอยู่ตลอดเวลา เรารู้สึกว่ามันได้เปิดตัวมันรู้สึกว่าอิสระ ขณะที่เรายังไม่สามารถเปิดตัวและเป็นที่ยอมรับในสาธารณะเรารู้สึกว่าคนนั้นน่าอิจฉาจังเลย” ภัทรภณเผยความรู้สึก 2-3 ปี ในช่วงที่ล่าฝันและค้นหาแนวทางการเป็นตัวของตัวเองสำหรับการเป็นศิลปิน

“วันหนึ่งคนที่เล่นเป็นพี่มัม ลาโคนิค (วัลลภ มณีคุ้ม) มาไม่ได้ เขาก็เลยลองให้เราแต่งหญิง พอแต่งครั้งแรกที่เราขึ้นเวทีมันประสบความสำเร็จมาก คนชอบ เราก็เลยรู้สึกว่าหรือว่าเราต้องแต่งหญิง ก็เลยลองแต่งหญิงเรื่อยๆ พี่มัมสลับกับพี่ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน ทวีสิน) 2 คนนี้คนจะรู้จักเยอะมาก”

และยิ่งนานวันก็ยิ่งมีคนรู้จัก แต่แม้ว่าจะโด่งดังมีชื่อเสียง แต่ชื่อที่ทุกๆ คน จดจำได้กลับเป็นชื่อ ศิลปินก็อบปี้โชว์โชว์ ไม่ใช่ศิลปินที่ ชื่อ ‘เดียร์’ ที่แปลว่าที่รักของพ่อแม่ตั้งไว้ให้เป็นขวัญชีวิต ภัทรภณสารภาพว่า ณ ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของการเป็นศิลปินสำหรับตัวเองก็เลยหยุดแสดงงานโชว์ก็อปปี้

“เราอยากให้เรียกเป็นชื่อเรา ก็ออกค้นหาตัวเอง จริงๆ เราแฮปปี้กับการเป็นก็อปปี้โชว์ แต่เราอยากเป็นตัวเอง เราอยากสวย แต่งตลกเพื่อสร้างรอยยิ้มมันก็ตลก แต่เราก็อยากสวยและสร้างรอยยิ้มได้ ตอนนั้นที่หาตัวเองก็ไปเห็นในกระเทยฝรั่งในโซเชียลมีเดียเขาแต่งหน้ากันจัดๆ เราก็ยังไม่รู้ว่าอะไรคือแดร็ก ควีน เราก็แต่งตามเขา ก็หัดแต่งมาเรื่อยๆ จากนั้นเริ่มศึกษาความเป็นมาแดร็ก ควีน เป็นศิลปะทางตะวันตก คือการแต่งเลียนแบบเพศตรงข้ามของตัวเองและผนวกเข้ากับสิ่งที่เราทำ เราก็เลยเอาลุคนี้ไปออกรายการทีวี บัลลังก์เสียงทอง ปรากฏว่าไปแย่งซีนทุกคนเลยในรายการ กลายเป็นคนจดจำเราได้เดียร์ของชื่อเราได้”

และจากการที่ภัทรภณแต่งหน้าแต่งตัวแนวศิลปะแดร็ก ควีนก็เป็นดั่งเหมือนสะพานทางเชื่อมที่ทำให้การแสดงของเขาเข้าถึงตัวคนดูได้ง่ายยิ่งขึ้น จนกระทั่งกระแสแดร็ก ควีนเข้ามาในเมืองไทย ส่งผลให้ยิ่งกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อได้รับเชิญไปเข้าแข่งขันและได้อันดับติดท็อป 1 ใน 3 และ “เดียริส ดอลล์” ก็ถือกำเนิดขึ้น

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

"6-7 ปีที่เราเป็นแดร็ก ควีน ถามว่าเหนื่อยไหมกับการค้นหาตัวตนของเราและการให้เป็นที่ยอมรับ มันก็ไม่เหนื่อยมาก แต่มันอยู่ที่ความคิดของเรา จริงๆ แล้วถ้าเรารู้สึกว่าอันไหนมันไม่ได้เราลองคุยกับเขา แล้วเราก็ต้องคนละครึ่งทาง อย่างรายการแรกที่ไปแดร็ก ควีน เราก็พูดคุยกับพี่โปรดิวเซอร์เนื่องจากมันใหม่ยังไม่มีใครรู้จัก คือตัวเราเองก็ต้องปรับตัวด้วยไม่ใช่ว่าเราจะให้คนรอบข้างเข้าใจเราอย่างเดียว เพราะแต่ละคนความชอบหรือเข้าใจไม่เหมือนกัน บางคนเขายอมรับเราได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างที่เราทำเขาจะยอมรับ เราก็เลยคิดว่า เราแตกต่างได้ เพียงแต่ว่าต้องอยู่ในกรอบกาลเทศะทุกๆ อย่าง นี้คือสิ่งที่เรายึดถือในทุกๆ เรื่อง"

“เพราะเชื่อว่าชีวิตเพศที่ 3 แต่ละคนเชื่อว่ามีเบื้องหลังที่ค่อนข้างดราม่า โดนดูถูกในเพศสภาพ หรือในบางครั้งการทำงานบางงาน ตุ๊ดนี้จะทำได้เหรอ เขาไม่ได้ดูถูกฝีมือเรา แต่เป็นเพศเรา ซึ่งเราไม่ได้ใช่เพศในการทำงาน ทุกวันนี้ก็ยังโดน แต่ย้อนกลับไปก็อย่างที่บอกเรื่องกระบวนการความคิดเรา เขาดูถูกเราเป็นปัญหาของเขาไม่ใช่ปัญหาของเรา เราก็ปรับที่เราและทำให้ถูกต้อง”

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

อยากแสดงหนังและพิสูจน์ ' LGBT' ไม่แตกต่าง

เดียริส ดอลล์ ปัจจุบันนอกจากงานแสดงนางโชว์แดร็ก ควีน และบ่อกุ้งอาชีพเกษตรกรรม ภัทรภณยังมีงานด้านการแสดงเข้ามาให้ได้อวดผีไม้ลายมือการเป็นนักแสดง โดยได้รับบทในละครทางเรื่อง ธิดาซาตาน , หลงเงา ทางช่อง PPTV และนอกจากนี้ยังกำลังอยู่ในคิวถ่ายละครที่แสดงให้กับทางช่อง 3 อีกด้วย

“พรุ่งนี้เราก็จะทำให้เต็มที่ งานบ่อกุ้งเราก็ทำไปตลอดจนกว่าร่างกายเราจะทำไม่ไหว ส่วนงานแสดงก็จะทำจนกว่าคนดูไม่อยากดูเราแล้วเพราะคือความรัก ภาพยนตร์ก็อยากแสดงมาก เราก็ไม่รู้ว่ามันมีโอกาสหรือแปล่า แต่ถ้ามีก็คว้า ไม่มีก็ไม่เป็นไร” ภัทรภณ กล่าวถึงทิศทางอนาคตภายภาคหน้าทั้ง 2 รูปแบบชีวิต

ขณะที่ความคาดหวังลึกๆ อีกสิ่งหนึ่งคือการทำงานและหน้าที่ทุกอย่างให้เต็มที่ เพื่อว่าสักวันหนึ่งสังคมส่วนใหญ่โดยรวมจะเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น

“เราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดใครให้ยอมรับเราได้ มันก็ต้องพิสูจน์ให้เขาได้เห็น เพราะสัจธรรมหรือคติประจำตัวของเราคือเราไม่สามารถไปเปลี่ยนความคิดใครได้ แต่เราสามารถปรับและเปลี่ยนตัวเราได้ให้เข้ากับสังคมที่เราอยู่ เราทำหน้าที่ของเรา ทำหน้าที่ดีต่อไป สามารถดูแลครอบครัว ให้ความสุขคนดู ทำแบบของเราให้เขาเห็น แบบพี่ตั๊กลีลา (ศิริพร อยู่ยอด) พี่ต้นหอม (ศกุนตลา เทียนไพโรจน์) ไอดอลในการทำงานที่ทั้งสวยและตลกมีความสามารถรอบด้านที่ทุกคนยอมรับ

“ฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือ ทำตัวเราให้ดี และทำทุกวันนี้ให้มันดีที่สุด และทำไปในทางที่มันถูกต้อง เพื่อที่ว่าคนข้างนอกเข้ามองมา เขาจะได้เห็นว่า เราก็เป็นคนดี และเราสามารถทำดีได้ และสิ่งพวกนี้จะย้อนกลับไปให้เขาคิดเองว่าจริงๆ แล้ว LGBT ไม่ได้แตกต่าง แค่รสนิยมทางเพศเราไม่เหมือนกันเท่านั้น”

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

กลางวันเป็นชาย/กลางคืนเป็นหญิง "สุภัทรภณ กสิกรรม" หนุ่มบ่อกุ้งสู่ "แดร็กควีน"

 

 

ข่าวล่าสุด

คตร. จี้โรงกลั่นคืนกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน ชงครม. 6 เม.ย.นี้