posttoday
น้ำท่วมครั้งนี้...จิ๊กซอว์ตัวไหนที่ขาดหายไป

น้ำท่วมครั้งนี้...จิ๊กซอว์ตัวไหนที่ขาดหายไป

12 พฤศจิกายน 2553

...ม.ล.อัจราพร ณ สงขลา  

นํ้ าท่วมปีนี้ มีคนตั้งคำถามเป็นจำนวนมากว่า เกิดวิกฤตประเภทไหนขึ้นกับภาครัฐกันแน่

วิกฤตศรัทธา วิกฤตข่าวสาร วิกฤตเหตุการณ์ หรือวิกฤตภาพลักษณ์

เรื่องวันนี้จึงขอสะท้อนแนวคิด เพื่อให้เกิดการทบทวนถึงจิ๊กซอว์ตัวที่หายไปในการแก้ไขปัญหาที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เพื่อให้เกิดการทบทวนการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า “วิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตของใคร” เราจึงจะแก้ไขวิกฤตนั้นได้อย่างถูกต้อง สำหรับเรื่องน้ำท่วมครั้งนี้ แน่นอนที่สุด น่าจะเป็นวิกฤตของประชาชนในพื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ทำไม ทำไปทำมา วันนี้ เวลานี้ เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้น จะกลายมาเป็นวิกฤตศรัทธาของรัฐบาลไปดื้อๆ

ถ้าจะพิจารณากันแล้วจะพบว่า การดำเนินการกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมครั้งใดๆ ที่เกิดขึ้น น่าจะมีองค์ประกอบคือ ภาครัฐต้องเป็นแกนกลางของการทำงาน และต้องดึงองค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วนมาช่วยกัน แต่จะขอกล่าวอย่างย่อๆ ซึ่งจะสรุปได้ดังต่อไปนี้

1.การรับบริจาคจากผู้ใจบุญทั่วไปอย่างเป็นระบบทั้งประเทศ จัดเป็นพื้นที่ที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ (สื่อสารว่าต้องการประเภทสิ่งของและปริมาณตลอดเวลา)

2.แนวทางการบริจาคในส่วนของภาครัฐที่จัดสรรให้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม

3.วางแผนการแจกจ่ายสิ่งของต่างๆ อย่างทั่วถึง ผ่านองค์กรของรัฐ ต้องมีการแถลงกำกับดูแลให้เห็นความโปร่งใส ขอให้ประชาชนทุกคนเป็นผู้เฝ้าระวัง สมัยนี้สามารถส่ง Clip, Twitter ประจาน เป็นหลักฐานได้ง่าย

4.ในกรณีการดำเนินการแจกจ่ายไม่ทั่วถึงในส่วนใด ให้ประชาชนเป็นผู้แทนที่จะช่วยกันแจ้งมาที่หมายเลขโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆ ผลัดเวรกันมาช่วยกันเข้าเวรด้วยความเต็มใจตลอดเหตุการณ์

5.การให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐที่จะให้กับประชาชน

l การลงพื้นที่ของทหารหน่วยต่างๆ ที่เข้าไปช่วยประชาชนทุกรูปแบบ

l การให้ความปลอดภัยของทีมตำรวจ ยืนยันโดยอธิบดีและผู้บัญชาการภาคต่างๆ

l ระดมนักปฏิบัติการจิตวิทยาต่างๆ ทั้งของทหาร พลเรือน และภาคเอกชน (สมัยนี้เน้นการทำ CSR แบบจิตอาสา) พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

6.ประสานงาน/สั่งการ อย่างเป็นระบบ จริงจัง รวดเร็ว ทันท่วงที ระหว่างผู้รับผิดชอบของภาครัฐระดับสูงกับองค์กรท้องถิ่นในพื้นที่

7.เร่งให้มีการสื่อสารเรื่องการพยากรณ์อากาศ/ ระดับน้ำ ที่มีความถี่ขึ้นกว่าเดิม อย่างเป็นทางการ ระบุเวลาออกอากาศที่แน่นอนตลอดวัน และเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้น ถ้ามีวิกฤตเช่นเหตุที่เกิดที่หาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนไม่เกิดสุญญากาศในเรื่องการรับรู้ข้อมูล

8.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนร่วมกันและมองปัญหาไปข้างหน้า เพื่อให้เกิดการป้องกันอย่างเป็นองค์รวม

9.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการให้ความช่วยเหลือภายหลังน้ำท่วม ให้ระดมความคิดและวางแผนการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

10.การเยียวยาทั้งเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต ให้ผู้ประสบภัย ระหว่างเกิดเหตุและหลังน้ำลด

11.การคมนาคมทั้งทางบก เรือ อากาศ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตารางการให้บริการบ้าง

12.การซ่อมแซมถนนต่างๆ มีเส้นทางใดมีปัญหาและต้องหลีกเลี่ยง ถ้าได้รับการซ่อมแซมทันที ทำได้ในระยะเวลาเท่าใด

13.การเร่งผลิตยาขององค์การเภสัชกรรม ที่ตรงกับความต้องการของประชาชนผู้ประสบภัยในช่วงนี้

14.กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ ต้องตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลของสารใดๆ จากโรงงานในบริเวณที่เกิดอุทกภัยที่อาจจะปนเปื้อนมากับน้ำท่วมหรือไม่

15.ความแข็งแรงของเขื่อนต่างๆ เป็นอย่างไร มีมาตรการรองรับอย่างไร

16.กองทัพเรือได้ช่วยอะไรไปแล้ว และจะทำอะไรต่อไป (ถ้าปัญหาเกิดที่ภาคใต้กองทัพเรือจะเป็นพระเอกได้ทันทีเสมอ)

17.การเตรียมการและการสนับสนุนเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถบรรทุกของ 3 เหล่าทัพ

18.การจัดเตรียมแผนการอพยพคน ถ้าเกิดเหตุรุนแรงตั้งแต่น้อยไปถึงมากและมากที่สุดมีแผนอย่างไร

19.การเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตในรูปแบบต่างๆ มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างไร

20.ระดมขอข้อมูลว่าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนใด มีอุปกรณ์ใดบ้างที่จะใช้งานในการช่วยเหลือในเหตุการณ์น้ำท่วมทุกรูปแบบ และจัดทำรายการพร้อมรายละเอียดการติดต่อ ที่จะสามารถขอความร่วมมือได้ทันที

21.ขอความร่วมมือทหารช่าง นักเรียนอาชีวะ จัดทำสุขาเคลื่อนที่ทันทีในวันแรกของเหตุการณ์เพื่อให้พร้อมใช้ โดยอนุมัติงบเร่งด่วน

22.การเตรียมการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะช่วยเหลือ/แนะนำวิธีช่วยเหลือตัวเองให้เกษตรกรขณะน้ำหลากและหลังน้ำลด

23.ค้นหาข้อดีในระยะยาวที่เกษตรกรอาจจะได้รับเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้

24.เร่งคิดเผยแพร่พันธุ์ข้าวหรือพันธุ์พืชอื่นๆ ที่ควรแนะนำให้เกษตรกรได้ปลูกในฤดูที่จะเกิดน้ำหลาก

25.เตรียมการการแก้ไขสำหรับนักเรียนและโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัย

26.เตรียมเร่งระดมสร้างอาชีพเสริมให้ประชาชนที่เป็นเกษตรกรเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนในระหว่างรอการปลูกพืชรุ่นใหม่

ทั้งหมดข้างต้น ให้ส่งข้อมูลมาออกข่าว ณ สถานที่ เวลา ที่กำหนดไว้ทุก 1 ชั่วโมง พร้อมเสนอข่าวเจาะความมีน้ำใจของคนไทย การเร่งให้ความช่วยเหลือในทุกพื้นที่ ในแง่มุมที่ทุกคนอยากรู้อยากเห็น

การจัดตั้งศูนย์และเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมงจนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย

1.ตั้งศูนย์บัญชาการหลัก นำโดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมอบให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ให้ศูนย์สื่อสารได้มีข้อมูลการสื่อสารเรื่องนโยบายของผู้บริหารประเทศ เพื่อส่งถึงผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน และประชาชนได้รับทราบผ่านสื่อ

2.ตั้งศูนย์บัญชาการหลัก จัดประชุมให้ทุกหน่วยรับนโยบายโดยวิธีต่างๆ เช่น

l เชิญมารับทราบข้อมูลร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล

l ประชุมแบบ Tele Conference เพื่อติดตามงาน

l แจ้งแนวทางการแก้ปัญหาที่ฉับไวทันที

3.ตั้งศูนย์การสื่อสาร เสมือนเป็นโฆษกเฉพาะกิจเพื่อ

l สื่อสารกับสื่อมวลชนเรื่องการปฏิบัติการออกช่วยเหลือประชาชน

l ส่งข่าวการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐที่กล่าวข้างต้นถึงเรื่องการทำงาน การแก้ไขปัญหา การมองปัญหาล่วงหน้า การเตรียมรับมือและการเยียวยา

4.ระยะเวลาออกข่าวต้องดำเนินการตลอดเวลา เพื่อเผยแพร่ความคืบหน้าการปฏิบัติงานของทุกหน่วยของรัฐ ให้ทุกสื่อ ทั้งในและต่างประเทศทุก 1 ชั่วโมง และต้องสรุปเมื่อครบ 24 ชั่วโมงทุกวัน ภาพลักษณ์ที่ปรากฏก็จะเผยแพร่ไปมิใช่เฉพาะคนไทย และรวมถึงต่างประเทศด้วยที่จะรับรู้ถึงความมีน้ำใจของคนไทย และความตั้งใจในการแก้ปัญหาของทุกภาคส่วน

5.ตั้ง Call Center เฉพาะกิจทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับฟังปัญหา เพื่อให้เกิดการแก้ไขทันท่วงที และสรุปปัญหาพร้อมการดำเนินการแก้ไขให้สื่อมวลชนทราบทุก 1 ชั่วโมง

6.ตั้งศูนย์เครือข่ายการสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์ ติดต่อประสานงาน และมีหัวหน้าศูนย์ที่ชัดเจนในทุกพื้นที่ โดยแบ่งเป็น

l ศูนย์บัญชาการส่วนกลางคอยเป็นศูนย์กลางรับเรื่องและสรุปปัญหา การแก้ไข และการดำเนินการ ทุกเรื่อง

l ศูนย์การสื่อสารส่วนกลาง

l พื้นที่ประสบภัย

l พื้นที่เสี่ยงที่จะประสบภัย

l พื้นที่ทั่วไปเพื่อรายงานการบริจาคด้วยใจในยามที่เพื่อนร่วมชาติประสบภัยพิบัติ

7.จัดผู้แทนหน่วยภาครัฐในการแก้ปัญหาเชิงบูรณาการทั้งระบบตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อแก้ปัญหา (อย่าคิดว่าเป็นภาระ คิดเสียว่าประชาชนในพื้นที่รับเคราะห์กรรมเรื่องเหตุการณ์ เราก็แบ่งเบาด้วยการลงแรงช่วยเหลือ ได้บุญด้วย)

ถ้าการดำเนินการเรื่องเหตุการณ์น้ำท่วมนี้ได้วางแผนอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถทำทุกเรื่องได้อย่างรวดเร็ว และสื่อสารให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนได้รับทราบทันที ทุกเรื่อง

ผลที่ได้รับ ความดีทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นของทั้งประชาชนที่ประสบภัย องค์กรภาครัฐ รัฐบาล สามารถเปลี่ยนวิกฤตระดับชาติให้เป็นโอกาสได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องใช้งบประมาณของพรรคการเมืองใดๆ เพียงแต่ใช้ความทุ่มเท ความจริงใจที่จะแก้ปัญหา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดทุกวัน อดทนดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ช้าเรื่องราวก็จะคลี่คลายไปได้ในที่สุด

สุดท้าย ถ้าจะมองว่าการที่รัฐบาลจะตัดสินใจทำอะไรในเชิงรุกเพิ่มขึ้นตอนนี้สายไปหรือไม่...ช่วงนี้เป็นช่วงเยียวยา ถ้ารัฐบาลทำเชิงรุกได้ดี ก็จะกู้วิกฤตศรัทธาครั้งนี้คืนมาได้แน่นอน เพราะธรรมชาติคนไทย ถ้ามีใครทำอะไรให้ประทับใจ ก็จะลืมเรื่องที่ขุ่นข้องหมองใจไปได้

การกระทำเท่านั้น ที่จะแก้วิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว