
เฮ! คลอดแล้ว ออกใบอนุญาต"หมอพื้นบ้าน" ปัดเป่าโรคด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
ราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบกระทรวงสาธารณสุขออกใบอนุญาต"หมอพื้นบ้าน"รักษาโรคด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย
ราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบกระทรวงสาธารณสุขออกใบอนุญาต"หมอพื้นบ้าน" รักษาโรคด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย
10 มิ.ย.62 เว็บไซต์ราชกิจจานเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้านพ.ศ. 2562 ลงนามโดย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ให้มีผลบังคับใช้
ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข กำหนดคำว่า "หมอพื้นบ้าน" เป็นบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน ซึ่งได้รับหนังสือรับรองตามระเบียบนี้
สำหรับการรับรองหมอพื้นบ้าน ระบุไว้ในข้อ 5 ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) อายุไม่น้อยกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๒) มีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่ได้รับการเสนอรายชื่อมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี
(3) มีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน
(4) ไม่เป็นคนวิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคที่คณะกรรมการหมอพื้นบ้านประกาศกำหนด
(5) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการหมอพื้นบ้านเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการรับรองหมอพื้นบ้านตามระเบียบนี้
(6) ไม่เป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสียซึ่งคณะกรรมการหมอพื้นบ้านเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการเป็นหมอพื้นบ้าน หรือเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
ส่วนผู้มีสิทธิเสนอบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปฺ็นหมอพื้นบ้าน จะมาจาก
(1) คณะกรรมการหมู่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
(2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
การเสนอตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอผู้มีภูมิลำเนา และใช้ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอด กันมานานไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชน ตามข้อ 5 (2) และ (3) ซึ่งอยู่ในพื้นที่
การเสนอให้รับรองหมอพื้นบ้าน ให้เสนอโดยวิธีการ ดังนี้
(1) คณะกรรมการหมู่บ้าน ให้ยื่นคำขอเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติ พร้อมบันทึกหรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้านที่พิจารณามีมติที่เสนอให้มีการรับรองบุคคลดังกล่าว ส่งไปยังอำเภอที่ตั้ง
(2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ยื่นคำขอเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติ พร้อมบันทึกหรือรายงานการประชุมของสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พิจารณา มีมติที่เสนอให้มีการรับรองบุคคลดังกล่าว ไปยังหน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้อำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหนังสือเสนอรายชื่อคำขอเสนอรายชื่อพร้อมเอกสารหลักฐาน ตาม (๑) หรือ (๒) ไปยังหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขกำหนดดังต่อไปนี้
(1) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รับรองได้ในเขตกรุงเทพมหานคร
(2) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รับรองได้ในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ
(3) หน่วยงานอื่นใด ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 9 ให้หน่วยงาน ตามข้อ 8 ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และความครบถ้วนถูกต้องของคำขอและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ หากเห็นว่าเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดให้นำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาให้ความเห็น
กรณีพบว่าการเสนอผู้ได้รับการเสนอ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ให้มีหนังสือลงทะเบียนทางไปรษณีย์ตอบรับแจ้งผู้เสนอแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และหากพ้นระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าละทิ้งการขอเสนอตามคำขอ
ข้อ 10 ในการพิจารณาของคณะกรรมการเพื่อรับรองผู้ได้รับการเสนอชื่อ จะต้องคำนึงถึงสิ่งดังต่อไปนี้ประกอบด้วย
(1) ลักษณะ ประเภท หรือกรรมวิธีของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
(2) ความรู้ความสามารถ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมา
(3) การไม่เรียกร้องใช้จ่ายในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพ หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมา
(4) การเป็นที่รู้จักและยอมรับจากคนในชุมชน
(5) คุณธรรม และจรรยาบรรณ
(6) องค์ประกอบอื่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตตามวัฒนธรรมของชุมชน
ข้อ 11 เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อสมควรได้รับการรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน ให้หน่วยงานตามข้อ 8 ออกหนังสือรับรองโดยไม่ชักช้า การพิจารณารับรองตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจกำหนดข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการรับรองหมอพื้นบ้านด้วยก็ได้
กรณีคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรไม่ให้การรับรองบุคคลใด ให้หน่วยงานมีหนังสือลงทะเบียนทางไปรษณีย์ตอบรับแจ้งให้ผู้เสนอและผู้ได้รับการเสนอทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ
ข้อ 12 ผู้เสนอหรือผู้ได้รับการเสนอรายชื่อสามารถอุทธรณ์เป็นหนังสือ โดยยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามข้อ 11 และตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในระเบียบนี้
สำหรับหมวด 5 ว่าด้วยหนังสือรับรอง อายุหนังสือรับรอง การต่ออายุ และการออกใบแทน ระบุไว้ในข้อ 31 หนังสือรับรองมีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองแบบหนังสือรับรองให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 32 ก่อนออกหนังสือรับรองให้แก่หมอพื้นบ้าน ให้กรมหรือหน่วยงานจัดให้มีการอบรมความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมา และจรรยาบรรณและกฎหมาย หรือวิชาหรือความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 33 ให้หมอพื้นบ้านขอต่ออายุหนังสือรับรองล่วงหน้าก่อนหนังสือรับรองหมดอายุไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน และให้หน่วยงานนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
กรณียื่นต่ออายุภายหลังหนังสือรับรองหมดอายุให้ถือเป็นการเสนอให้การรับรองใหม่แบบคำขอต่ออายุให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 34 กรณีที่หมอพื้นบ้านได้ขอต่ออายุหนังสือรับรอง และอยู่ระหว่างดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จให้ถือว่าบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ได้รับการรับรองเป็นหมอพื้นบ้านจนกว่าหน่วยงานจะมีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น
หมวด 6 การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรอง ข้อ 37 หมอพื้นบ้านรายใด ซึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบนี้ให้คณะกรรมการเสนอความเห็นให้หน่วยงานเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ 38 หมอพื้นบ้านรายใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด ให้คณะกรรมการเสนอความเห็นต่อหน่วยงานให้พักใช้หนังสือรับรองได้ไม่เกินสองปี หรือเพิกถอนหนังสือรับรอง โดยให้พิจารณาถึงเจตนา หรือความร้ายแรงที่เกิดขึ้นประกอบด้วย การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองให้ทำคำสั่งเป็นหนังสือ โดยระบุข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและเหตุแห่งการมีคำสั่ง
ข้อ39 ก่อนที่คณะกรรมการเสนอให้หน่วยงานมีคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองจะต้องให้โอกาสแก่หมอพื้นบ้าน ในการชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือหักล้าง ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน หากพ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หมอพื้นบ้านไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้คณะกรรมการพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มี
ข้อ 40 กรณีหน่วยงานพิจารณาเห็นว่า พฤติการณ์และการกระทำของหมอพื้นบ้านรายใดเป็นการกระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอันมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน หรือสาธารณชน และเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม หน่วยงานจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหนังสือรับรองโดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 37 ถึงข้อ 39 ก็ได้
ข้อ 42 หมอพื้นบ้านที่ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรอง มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง และให้หน่วยงานเสนอต่อคณะกรรมการหมอพื้นบ้านโดยไม่ชักช้า เพื่อดำเนินการตามหมวด 7
ข้อ 43 หมอพื้นบ้านซึ่งถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรอง อาจขอรับการรับรองอีกได้เมื่อพ้นสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรอง
ดูระเบียบหมอพื้นบ้านฉบับเต็ม : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/146/T_0001.PDF







