posttoday
เมียวดี ร้อน ของจริงยังไม่เริ่ม

เมียวดี ร้อน ของจริงยังไม่เริ่ม

10 พฤศจิกายน 2553

สถานการณ์ร้อนชายแดนตะวันตก เมื่อกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย หรือ “ดีเคบีเอ” บุกยึดสถานที่ราชการของรัฐบาลพม่าในเมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ย. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไปของประเทศพม่า

และรุ่งขึ้นวันที่ 8 พ.ย. ต่อเนื่องถึงวันที่ 9 พ.ย. เสียงการปะทะกันอย่างหนักสุดในรอบ 15 ปี ของพื้นที่ชายแดนด้าน จ.ตาก ก็ปะทุขึ้น แม้จะจบลงโดยกองกำลังรัฐบาลพม่าชิงพื้นที่คืนมาได้ แต่คำถามสำคัญที่ยังคาใจก็คือ ความรุนแรงระหว่างรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อยจะยุติลงหรือเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

พรพิมล ตรีโชติ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญประเด็นพม่า ประจำสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังเต็มไปด้วยภาพลวงตา ภาพจริงยังไม่เกิดขึ้น โดยต้องรอผลการเลือกตั้งว่าจะมีสัดส่วนของฝ่ายค้านได้รับเลือกตั้งกี่ที่นั่ง สภาแห่งรัฐและสภาท้องถิ่นจะมีสัดส่วนของตัวแทนทหารและฝ่ายค้านเท่าไหร่ ซึ่งเป็นผลให้เวทีการเจรจาต่อรองเปลี่ยนไป

“จากเดิมที่รัฐบาลโดยสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ หรือเอสพีดีซี กำหนดและสั่งการทุกอย่าง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้มีความหวังว่า โครงสร้างอำนาจ โครงสร้างสังคมการเมืองในพม่าจะเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จึงยังไม่อาจชี้ให้เห็นสถานการณ์ที่แท้จริงได้จนกว่าผลการเลือกตั้งจะปรากฏ”

พื้นที่ชายแดนด้านเมียวดี ตกอยู่ในอำนาจของรัฐบาลทหารพม่าอย่างเบ็ดเสร็จมากว่า 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2538 เมื่อกองกำลังกะเหรี่ยงศัตรูหมายเลข 1 ของรัฐบาลพม่าแตกแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กะเหรี่ยงคริสต์ หรือเคเอ็นยู และกะเหรี่ยงพุทธ หรือดีเคบีเอ ที่ภายหลังเข้าร่วมกับรัฐบาลพม่า ปัจจุบันรัฐบาลพม่าพัฒนาเมืองเมียวดีให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะมีเขตอุตสาหกรรมตามมา เมียวดีจึงเป็นความหวังที่จะเป็นประตูของพม่า

พรพิมล ตั้งประเด็นว่า ตราบใดที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า ผลประโยชน์มหาศาลในพื้นที่ชายแดน มีใครเป็นผู้มีส่วนได้เสียบ้าง และแต่ละฝ่ายมีส่วนได้เสีย มีผลประโยชน์อย่างไร ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้

“การจะมองว่าชนกลุ่มน้อยต่างๆ จะร่วมมือกันต่อต้านรัฐบาลพม่า ขอยกตัวอย่างกรณีเคเอ็นยูและดีเคบีเอ ซึ่งมีความแตกต่างทั้งด้านศาสนาและความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ ทำให้แตกแยกไม่อาจอยู่ร่วมกันได้มากว่า 15 ปี ซึ่งเป็น 15 ปีที่ดีเคบีเอเข้าไปมีผลประโยชน์ร่วมกับรัฐบาลพม่า หลังจากนี้ไปการสนธิกำลังของดีเคบีเอและเคเอ็นยูจะเป็นไปได้แค่ไหน”

ข้อสังเกตของพรพิมลมีนัยน่าสนใจ เพราะไม่ใช่เพียงแต่ผลประโยชน์จากการค้าชายแดน แต่ยังมีผลประโยชน์ข้ามชาติจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า การก่อสร้างถนนสายเศรษฐกิจ รวมทั้งล่าสุดท่าเรือน้ำลึก ที่กลุ่มทุนไทยได้สัมปทานจากรัฐบาลพม่า

นโยบายของเอสพีดีซีเพื่อลดบทบาทของชนกลุ่มน้อยที่เข้าสวามิภักดิ์ และได้รับสิทธิในการดูแลผลประโยชน์ในพื้นที่ โดยการลดสถานะเป็นกองกำลังป้องกันชายแดนภายใต้การควบคุมของรัฐบาลพม่า เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์กับรัฐบาลพม่าเลวร้ายลง

อย่างน้อยดีเคบีเอซึ่งเคยเป็นเครื่องมือของรัฐบาลพม่าก็แตกแยกออกเป็นหลายกลุ่ม ที่เห็นชัดคือกลุ่มของ พ.อ.หม่องชิดตู่ ซึ่งยอมเข้าร่วมกับรัฐบาลพม่า และกลุ่ม พ.อ.นะคะมวย ที่ไม่ยินยอม ซึ่งยังไม่รวมถึงกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ทั้งไทย ทั้งพม่า ทุนท้องถิ่นไปจนถึงทุนข้ามชาติ ที่จ้องพื้นที่แห่งนี้ตาเป็นมัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ