
ค้าอลเวงพม่านับหมื่นหนีตาย
ทหารพม่าเปิดศึกชนกลุ่มน้อยคาดยืดเยื้อ 3 เดือน ผวาศึกหม่องบานปลายหยุดส่งก๊าซ
ทหารพม่าเปิดศึกชนกลุ่มน้อยคาดยืดเยื้อ 3 เดือน ผวาศึกหม่องบานปลายหยุดส่งก๊าซ
กองกำลังทหารพม่าเปิดศึกถล่มด้วยอาวุธหนักปะทะกองกำลังชนกลุ่มน้อย หลังการเลือกตั้งทั่วไปในพม่าที่ไม่เคยเกิดเหตุมานานนับ 10 ปี ในหลายพื้นที่ด้านชายแดนทิศตะวันตกของไทย โดยเฉพาะที่เมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก จรวดอาร์พีจี และกระสุนปืนค. 60 ตกเข้ายังเขตไทยหลายนัด ที่บริเวณตลาดริมเมย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกว่า 10 คน โดยมีชาวพม่าหลบหนีภัยสู้รบเข้ามายังฝั่งไทยนับหมื่นคน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ดูแลชาวพม่าหลบหนีภัยเข้ามาในเขตไทยในด้านของมนุษยธรรม โดยไทยจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภายในของพม่า
“อย่างที่เคยเรียนไว้ว่า ทางพม่ามีความกังวลเรื่องของชนกลุ่มน้อย และกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะช่วงของการเลือกตั้ง มีแนวโน้มว่า ช่วงจากนี้ไปอย่างน้อยๆ ประมาณ 3 เดือน จะมีเรื่องซึ่งทางพม่ากังวลกับกระบวนการในการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากรัฐบาลปัจจุบัน เป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง กล่าวว่า หากสถานการณ์ตึงเครียดยังคงยืดเยื้อออกไปยาวนานถึง 3 เดือนตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ก็จะส่งผลให้การค้าชายแดนตลอดแนวชายแดนไทยพม่า เสียหายหลายพันล้านบาทเลยทีเดียว
“แต่สิ่งที่เราเป็นกังวลมากที่สุดก็คือ ก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากพม่าผ่านด่านปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ซึ่งนำไปผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้า จ.ราชบุรี หากพม่าหยุดส่งก๊าซก็จะเกิดผลกระทบค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นจึงอยากขอให้กองกำลังต่างๆ และกองกำลังทหารพม่าเข้าสู่การเจรจาโดยสันติวิธีโดยเร็วที่สุด ซึ่งหากยุติได้เร็วมากเท่าไร ไทยก็จะได้รับผลกระทบน้อยลงไปเท่านั้น” นายสิงห์ กล่าว
นายสิงห์ กล่าวด้วยว่า ไทยกับพม่าค้าขายตามแนวชายแดนตั้งแต่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ลงมาจนถึงเกาะสอง จ.ระนอง ที่มีมูลค่าปีละหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้การค้าชายแดนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ตลอดแนวชายแดนเหนือจรดใต้







