posttoday
เรืองไกรยื่นกกต.สอยชัยฐานครอบครัวเป็นคู่สัญญารัฐ

เรืองไกรยื่นกกต.สอยชัยฐานครอบครัวเป็นคู่สัญญารัฐ

08 พฤศจิกายน 2553

เรืองไกร ยื่น กกต.สอย ชัย ฐานครอบครัวเป็นคู่สัญญารัฐ เข้าข่ายรับสัมปทานตามคำวินิจฉัยศาลรธน.

เรืองไกร ยื่น กกต.สอย ชัย ฐานครอบครัวเป็นคู่สัญญารัฐ เข้าข่ายรับสัมปทานตามคำวินิจฉัยศาลรธน.

นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้ยื่นเรื่องให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาวินิจฉัยเพิ่มเติมกรณีสมาชิกสภาพของส.ส.คือ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย สิ้นสุดลงตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณี บริษัทศิลาชัยบุรีรัมย์ (๑๙๙๑) จำกัด ที่มีเจ้าของเป็นบุตรของนายชัย เป็นคู่สัญญากับรัฐโดยได้รับเพียงประทานบัตรในการระเบิดหินในที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน  ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้รับประทานบัตรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ได้ต่ออายุประทานบัตรและประกอบกิจการต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน 

"ก่อนหน้านี้ คำวินิจฉัยสั่งการของกกต. ที่ 1303/2551 เคยวินิจฉัยว่า นายชัย ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของส.ส.ส.ว. โดยมีสาระสำคัญในคำวินิจฉัยบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยสั่งการของกก ต.ดังกล่าว โดยเฉพาะ คำว่า “สัมปทาน” ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ว่า “การรับสัมปทานคือการให้สิทธิในการใช้ทรัพยากรของชาติ” ดังนั้น สัมปทานจึงรวมถึงการประทานบัตรไว้ด้วย" นายเรืองไกร กล่าว                                 

นาย เรืองไกร กล่าวว่า การที่นายชะลอ ชิดชอบ บุตรนายชัย ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการในบริษัท ศิลาชัยบุรีรัมย์ (1991) จำกัด ภายหลังจากที่นายชัย ได้มีสถานภาพเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว  ย่อมเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 265 วรรคหนึ่ง (2)  และมาตรา 265 วรรคท้าย  ที่มีผลบังคับถึงคู่สมรสและบุตรด้วย อันจะมีผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายชัย ชิดชอบ สิ้นสุดลงตามมาตรา 106 (6) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงขอให้กกต.นำเรื่องดังกล่าวขึ้นมาวินิจฉัยอีกครั้งเพราะคำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ