posttoday
หยุด...ทำร้ายเชียงคาน

หยุด...ทำร้ายเชียงคาน

07 พฤศจิกายน 2553

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่คนนอกจะเอาอะไรเข้ามาเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างภูมิต้านทานโดยคนรุ่นเก่า ด้วยการปลูกฝังจารีตประเพณีให้กับคนรุ่นใหม่ให้รู้จักรักหวงแหนและหันมาดูแลใส่ใจท้องถิ่นของตัวเองอย่างจริงจัง....

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่คนนอกจะเอาอะไรเข้ามาเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างภูมิต้านทานโดยคนรุ่นเก่า ด้วยการปลูกฝังจารีตประเพณีให้กับคนรุ่นใหม่ให้รู้จักรักหวงแหนและหันมาดูแลใส่ใจท้องถิ่นของตัวเองอย่างจริงจัง....

เรื่อง อินทรชัย พาณิชกุล

เมืองชนบทเงียบสงบริมแม่น้ำโขง วิถีชีวิตผู้คนเรียบง่าย อากาศหนาวโรแมนติก และความคลาสสิกของบ้านไม้เก่า ล้วนสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมแก่คนต่างถิ่น ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนับหมื่นนับแสนหลั่งไหลกันเข้ามาเยี่ยมชมเมืองเล็กๆ แห่งนี้

แต่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เชียงคานกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศ เงินจำนวนมหาศาลหอบเอาความเจริญเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง สะพานไฟฟ้า-น้ำประปา ปั๊มน้ำมัน มีเกสต์เฮาส์ผุดขึ้นนับร้อยแห่ง รวมไปถึงร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร เปิดทำการกันอย่างครึกครื้น ตามมาด้วยร้านอินเทอร์เน็ต ล่าสุดเซเว่นอีเลฟเว่นแห่งแรกในเชียงคานกำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในอีกไม่ช้านี้

ทั้งหมดส่งผลสะเทือนต่อวิถีการดำรงชีวิตของชาวบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หยุด...ทำร้ายเชียงคาน

ผลกระทบต่อวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคงจะเป็นความเงียบสงบที่ถูกทำลายลงด้วยความแออัดวุ่นวาย เนื่องจากช่วงไฮซีซันของทุกปีบรรยากาศจะคึกคักไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยว ถนนชายโขงอันมีชื่อเสียงของเมืองเชียงคานจะมีหนุ่มๆ สาวๆ แต่งตัวเก๋ๆ สวมเสื้อกันหนาวสีฉูดฉาด สะพายกล้องถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนาน ส่งเสียงดังไปทั่วท้องถนน ทำเอาคนเฒ่าคนแก่ต้องหลบเข้าไปในบ้าน

ประเพณีตักบาตรข้าวเหนียวอันเก่าแก่ที่ผู้หญิงต้องนุ่งซิ่นใส่เสื้อมิดชิด นั่งทับเข่าตัวเองบรรจงใส่บาตรด้วยกิริยาเรียบร้อย แต่นักท่องเที่ยวสาวๆ บางคนใส่เสื้อคับติ้ว นุ่งกางเกงสั้นจุ๊ดจู๋ หรือไม่ก็ทำกิริยาไม่สำรวม เต๊ะท่าถ่ายรูปทำท่าทะเล้นโดยมีพระสงฆ์องค์เจ้าเป็นฉากหลัง สร้างความเอือมระอาให้คนเชียงคานอยู่ลึกๆ

วิถีชีวิตยามเช้าที่คนเฒ่าคนแก่จะมานั่งพักผ่อนบนแคร่ไม้หน้าบ้าน เหม่อมองสรรพชีวิตด้วยความสงบ กลับถูกกองทัพนักท่องเที่ยวรุมถ่ายรูปกันอย่างบ้าคลั่ง บางคนถึงขั้นเสียมารยาทด้วยการลงไปนั่งข้างๆ แล้วขอถ่ายรูปเอาดื้อๆ จนหลายคนทนไม่ไหวต้องยกแคร่ไม้หลบเข้าบ้านไปอย่างถาวร

นอกจากนี้ เด็กๆ รุ่นใหม่ชาวเชียงคานจำนวนไม่น้อยกำลังถูกครอบงำจากวัฒนธรรมคนเมือง ทั้งแต่งกายแฟชั่น เลิกพูดภาษาถิ่น ติดโทรศัพท์มือถือ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตติดแอร์เย็นฉ่ำ เลิกตามผู้ใหญ่เข้าวัดเข้าวา เช่นเดียวกับสภาพการออกแบบตกแต่งบ้านเรือนแบบดั้งเดิม ก็เริ่มจะมีรูปร่างหน้าตาผิดเพี้ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ยกตัวอย่างชุมชนบ้านไม้เก่าแก่บนถนนชายโขง จากที่เป็นบ้านไม้เก่าๆ สภาพดั้งเดิม เรียงรายเป็นทิวแถว ก็เริ่มจะมีเกสต์เฮาส์หน้าตาประหลาดๆ ผิดไปจากหลังอื่นบ้างแล้ว ไม่ว่าจะมีความสูงราวกับโรงแรมหรูหรา สีสันประหลาดตาไม่เข้าพวก ประดับประดาด้วยแสงไฟพร่างพราวยามค่ำคืน ขัดกับกฎข้อบังคับตามเทศบัญญัติที่ห้ามก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่มีความสูงเกิน 10 เมตร สีต้องกลมกลืนกับสีไม้ธรรมชาติ กำหนดโซนไว้ชัดเจนให้เป็นที่พักอาศัยเท่านั้นมิใช้ผับบาร์ ร้านเหล้า หรือสถานบันเทิงใดๆ

ไม่นับรวมปัญหาการจราจร ซึ่งห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่าน เพื่อให้เป็นถนนสำหรับคนเดินโดยเฉพาะ แต่ก็ยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไข ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงมีรถบัสใหญ่ รถตู้ รถยนต์ทั่วไปแล่นบนถนนจนติดขัด เสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

หยุด...ทำร้ายเชียงคาน

ประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่เมืองเชียงคานกำลังประสบ หนีไม่พ้นปัญหาสิ่งแวดล้อม นั่นคือปริมาณมลพิษที่เพิ่มสูงขึ้น อาทิ การทำเหมืองแร่ ปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ ความสกปรกจากปริมาณขยะที่ล้นเกิน การใช้สารเคมีในการทำเกษตรริมโขง เสียงดังรบกวนของนักท่องเที่ยวบางประเภท ควันพิษจากรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น

ปัญหาคุกคามเมืองเชียงคานทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีใครบางคนโยนความผิดไปให้นักท่องเที่ยว โดยโทษว่ามาจากวัฒนธรรมแบบคนเมืองที่คนเหล่านั้นนำติดตัวเข้ามาด้วย บ้างก็บอกว่าเป็นหน้าที่ของทางเทศบาลเมืองเชียงคาน ซึ่งควรมีการบริหารจัดการรูปแบบของเมืองท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ มีกฎข้อห้ามข้อบังคับสำหรับนักท่องเที่ยว มีการกระตุ้นจิตสำนึกของนักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ให้เห็นถึงเสน่ห์ดั้งเดิมของประเพณีวัฒนธรรมเก่าแก่ของคนเชียงคาน ตลอดจนมีแบบแผนรองรับในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุม

นักท่องเที่ยวมาช่วงสั้นๆ แล้วก็จากไป ขณะที่คนเชียงคานยังคงต้องอยู่ไปตลอดชีวิต

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่คนนอกจะเอาอะไรเข้ามาเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างภูมิต้านทานโดยคนรุ่นเก่า ด้วยการปลูกฝังจารีตประเพณีให้กับคนรุ่นใหม่ให้รู้จักรักหวงแหนและหันมาดูแลใส่ใจท้องถิ่นของตัวเองอย่างจริงจัง

นอกจากจะรณรงค์กระตุ้นจิตสำนึกในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แก่ผู้ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมเยียนแล้ว คนเชียงคานควรจะหันกลับมาร่วมมือร่วมใจผนึกกำลังกัน ช่วยให้เสน่ห์ของเมืองเชียงคานยังคงดำรงอยู่อย่างมั่นคง ไม่มีวันเลือนหาย

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว