
กลุ่มปกป้องประชาธิปไตยไทยขึ้นแคมเปญลงชื่อ "ปกป้อง" กกต.
กลุ่มปกป้องประชาธิปไตยไทย ชวนคนไทยร่วมลงชื่อแสดงพลังปกป้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังถูกกดดันจากกลุ่มเสียผลประโยชน์เลือกตั้ง เผยการเลือกตั้งครั้งนี้ซับซ้อน จึงทำอย่างละเอียด หากพลาดอาจติดคุก
กลุ่มปกป้องประชาธิปไตยไทย ชวนคนไทยร่วมลงชื่อแสดงพลังปกป้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังถูกกดดันจากกลุ่มเสียผลประโยชน์เลือกตั้ง เผยการเลือกตั้งครั้งนี้ซับซ้อน จึงทำอย่างละเอียด หากพลาดอาจติดคุก
เมื่อวันที่ 4 เม.ษ. ได้รับรายงานจากผู้สื่อข่าวว่านอกจากแคมเปญรณรงค์ให้ร่วมลงชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมาซึ่งระบุไว้ว่า ขออำนาจพลังประชาชนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้งที่ทุจริตเเละมีมลทินที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
ล่าสุดได้มีแคมเปญรณรงค์จากกลุ่มปกป้องประชาธิปไตยไทยในเว็ปไซต์ change.org โดยได้มีการจัดแคมเปญชื่อ "ร่วมกันลงชื่อสนับสนุน ปกป้อง กกต. ถูกรังแก" ซึ่งให้เหตุผลว่า ก่อนการเลือกตั้ง กลุ่มคนอยากเลือกตั้งออกมาเคลื่อนไหวกดดัน กกต. และรัฐบาล ให้จัดมีการเลือกตั้งโดยเร็ว โดยมีพรรคการเมืองที่สูญเสียอำนาจเผด็จการรัฐสภาเป็นเวลาหลายปีอยู่เบื่องหลัง
เมื่อ กกต.จัดการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ผลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พรรคการเมืองใหญ่ก็ยังไม่พอใจออกมาไล่ถล่มกล่าวหาว่า กกต.มีเงื่อนงำในการนับคะแนนล่าช้า, ไม่ยอมเปิดเผยคะแนนหน่วยเลือกตั้ง 9 หมื่นกว่าหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ, กดดันการนับคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เอาใจพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ทั้งหมดที่กล่าวสรุปมานั้น กกต. ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้วหรือ และระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด กกต.ใช้เกินไปแล้วหรือไม่ อย่าลืมว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขั้นตอนต่างๆ ยุ่งยากซับซ้อนกว่าครั้งก่อนๆ อย่างมาก กกต.ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการทำงานของตนเอง เพราะหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นก็หนี้พ้นไม่คุกตะราง พรรคการเมืองที่สูญเสียอำนาจสถาปนาตนเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย และผลักไสฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นพวกเผด็จการเสียหมด
ดังนั้นประชาชนผู้มีสิทธิ์โดยสุจริตต้องการให้ประเทศชาติ ประชาชนเกิดความผาสุกต้องทบทวนและไตร่ตรองให้ถ้วนถี่เสียก่อนว่า หากท่านตกอยู่ในสภาพเดียวกับ กกต.ปัจจุบันก็คงจะต้องมีความละเอียดรอบคอบ และใช้สิทธิของระยะเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ครบเพราะถ้าผิดพลาดใครก็ช่วยท่านไม่ได้ ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย มีความสงบสุขรออยู่เบื้องหน้า ไม่ต้องรบราฆ่าฟันกันเองเหมือนเช่นยุครัฐบาลเผด็จการรัฐสภาที่ปราศจากความกตัญญูกตเวทีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เมื่อเริ่มเห็นเค้าลางว่าจะไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ออกมาตีรวนสั่งการให้ลิ่วล้อออกมาเคลื่อนไหวกดดัน กกต. โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “แนวร่วมประชาชนเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ทั้งที่เป็นแกนนำหน้าเดิมๆ ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งทั้งสิ้น







