"สมชัย"งงวิธีคำนวณส.ส.ชี้ข้อความกม.ไม่ชัดเจน
อดีตกกต.ยอมรับงงกับวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มองข้อความในกฎหมายยังไม่ชัดเจน
อดีตกกต.ยอมรับงงกับวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มองข้อความในกฎหมายยังไม่ชัดเจน
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 62 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จ.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยระบุหัวข้อว่า "เจตนารมณ์มึนงง กับ ข้อความกฎหมายที่ชัดเจน" ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
การหาหลังอิงของ กกต.โดยเชิญอดีต กรธ.มาให้ความเห็นเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยิ่งเป็นการให้เห็นว่า การเข้ารกเข้าป่ามิได้เพิ่งเกิดขึ้นใน กกต.ชุดนี้ แต่หลงทางมาตั้งแต่ขั้นของ กรธ.
ความมึนงงดังกล่าวเกิดจากการเขียนขั้นตอนที่ซับซ้อน วนไปมาของ มาตรา 128 ของ พรป.ส.ส. จนกระทั่งในขั้นของการแปลงมาเป็นสูตรในการคำนวณเลยลืมบางอย่างที่"ชัดเจน"และ"สำคัญ"ที่สุดไป
(5)ของ มาตรา 128 ระบุให้ กรณีที่มีพรรคบางพรรคได้จำนวน ส.ส.เขต มากกว่า จำนวนส.ส. ที่พรรคนั้นพึงจะมีให้มีการนำจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ไปจัดสรรให้พรรคการเมืองอื่นที่มีจำนวน ส.สเขต ต่ำกว่า จำนวน ส.ส.ที่พึงจะมี "แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่พึงจะมีได้ตาม (2)"
แปลง่ายๆว่า เพื่อไทย เลยไป 25 ที่ จำนวน 25 ที่ต้องนำไปจัดสรรให้แก่พรรคอื่น ตามอัตราส่วนที่เขาควรจะได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินที่คำนวณว่าพึงจะได้ในขั้นแรก
ตัวอย่างเช่น พรรคหนึ่งมีพึงได้ 6.8 ก็จัดให้ได้สูงสุดแค่ 6 คน แต่หากอีกพรรคพึงได้ 0.9 อย่างนี้ ก็ไม่สามารถเอาเศษไปบวกให้เป็นหนึ่งคนได้
ดังนั้น พรรคที่คำนวณในขั้นแรกมีไม่ถึงหนึ่งคน หรือมีจำนวน ส.ส.ทั้งประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 71,065 คน จะอย่างไรก็ไม่สามารถทดเป็นหนึ่งคนได้
คนที่มีอำนาจตัดสินเรื่องนี้ คือ กกต.7 ท่าน จะถูกหรือผิด จะเชื่อ กรธ. เชื่อเจ้าหน้าที่ เชื่อพรรค เชื่อนักวิชาการ หรือเชื่อไม่เชื่อคนนอกอย่างผม ล้วนเป็นสิทธิและอำนาจของ กกต.ที่จะตัดสิน
เพียงแต่เมื่อตัดสินใจไปทางใดแล้ว คือความรับผิดชอบของท่านเอง ห้ามโทษผู้อื่นว่าแนะนำมาผิด
คนแนะเขาไม่เกี่ยวด้วยเวลามีเรื่องครับ


