
มะกันกระตุ้นศก.ไม่เลิกเอเชียตั้งการ์ดรับทุนทะลัก
สถานการณ์ในเวลานี้ดูจะเป็นความคลี่คลายในหลายๆ เรื่องสำหรับทางฝั่งสหรัฐ
สถานการณ์ในเวลานี้ดูจะเป็นความคลี่คลายในหลายๆ เรื่องสำหรับทางฝั่งสหรัฐ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สถานการณ์ในเวลานี้ดูจะเป็นความคลี่คลายในหลายๆ เรื่องสำหรับทางฝั่งสหรัฐ ไล่เรียงตั้งแต่การก้าวผ่านนาทีทางการเมือง มีความกระจ่างและเป็นไปตามคาดหมายสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอม ประกอบกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยักแย่ยักยัน ขาดความชัดเจนอยู่นานสองนาน ก็เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังมีการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอัดฉีดเงินเข้าระบบอีก 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
แม้จะยังไม่รู้ชะตากรรมนับจากนี้ว่า Quantitative Easing: QE ที่ผ่านการกลั่นกรองจากขุนศึกทางการเงินของสหรัฐอย่าง เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด จะเป็นอย่างไร แต่ทว่าสำหรับทางฝั่งเอเชียแล้ว การเคลื่อนไหวของสหรัฐ กำลังสะเทือนอีกฝั่งของโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้
ถ้ามองแบบผิวเผิน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการบอกประเทศต่างๆ ว่า ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกกำลังอ่อนแรงอย่างไม่เป็นท่า เอเชียที่กำลังแกร่งอาจจะสบช่องผลักดันตัวเองให้เติบโต
ทว่า ลึกลงไปกว่านั้น สหรัฐกำลังเป็นต้นตอก่อพายุลูกใหม่ซัดเอเชียอย่างรุนแรง
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจหลังจากประกาศมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่ม ยิ่งเป็นปัจจัยเพิ่มการบีบรัด และความตึงเครียดให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งยังไม่ต่างจากการเพิ่มอัตราเร่งของภาวะเงินเฟ้อยิ่งขึ้นอีก
เพราะยิ่งสหรัฐปล่อยเงินเอาสู่ระบบมากขึ้น ก็ยิ่งตอกย้ำให้ค่าเงินของสหรัฐก็ยิ่งอ่อนค่าลง สกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียก็ยิ่งแข็งค่าขึ้น
ทันทีเมื่อเฟดฟันธงนโยบายการเงินออกมา ค่าเงินส่วนมากในเอเชียตบเท้ากันแข็งค่าขึ้น ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ และเงินดอลลาร์ไต้หวันที่ขยับขึ้นราว 0.4% ค่าเงินของนิวซีแลนด์สูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 29 เดือน สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าสุดนับตั้งแต่ปี 1982 ไม่เว้นกระทั่งดัชนีเอ็มเอสซีไอ ในเอเชียแปซิฟิกก็ปรับขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี 2008
ดังนั้น สิ่งที่ตามมาคือ การประสานเสียงสอดคล้องออกมาตรการรับมือของประเทศในเอเชีย
ฮ่องกงสวนความคิดเห็นออกมาทันที ประกาศจะงัดมาตรการเข้าควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศทันที
แม้จะยังไม่ได้ปล่อยมาตรการใดๆ ออกมาล้อมคอก แต่ นอร์แมน ซาน ผู้กุมบังเหียนด้านการเงินและการธนาคารของฮ่องกง ก็แง้มออกมาแล้วว่าอาจจะต้องงัดวัคซีนชั้นดี คุมภาวะฟองสบู่ในตลาดให้ชะงัก เพราะมีความเสี่ยงที่เอเชียจะต้องเผชิญกับภาวะฟองสบู่
เดิมที่ก่อนหน้านี้ เอเชียก็มองเห็นสัญญาณทั้งเรื่องภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ เงินทุนไหลบ่า และภาวะเงินเฟ้ออยู่แล้ว
กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะว่าเป็นจังหวะเหมาะที่ทางประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก ควรถอยหลังออกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการเลี่ยงความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเอเชียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง สวนทางกับประเทศมั่งคั่งอื่นๆ ที่กำลังปวกเปียก มีหรือที่นักลงทุนจะไม่วิ่งเข้าหาเอเชีย นั่นก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่จะดึงเงินทุนต่างชาติในทะลักเข้าจนเกินความจำเป็น
เซี่ยปิน ที่ปรึกษาของธนาคารกลางจีนก็ออกแสดงความเห็นฉะสหรัฐแบบไม่รั้งรอผ่านทางบทความในหนังสือพิมพ์ไฟแนนซ์ นิวส์ โดยระบุว่า สหรัฐมีท่าทีขัดแย้งกันระหว่างนโยบายเศรษฐกิจในประเทศ และความรับผิดชอบต่อค่าเงินของสากล พร้อมแสดงท่าทีกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้เช่นกัน โดยแนะว่าจีนจำเป็นต้องช่วยปรับปรุงระบบค่าเงิน และป้องกันพฤติกรรมที่สวนทางกันของทางสหรัฐ
สอดคล้องกับทางกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ที่ต่อสายตรงแสดงความเห็นกับทางบลูมเบิร์กว่า การที่สหรัฐประกาศนโยบายครั้งนี้ ทำให้ต้องเร่งพิจารณามาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า เพื่อช่วยปรับปรุงภาวะเศรษฐกิจมหภาค
แม้ความเห็นดังกล่าวจะเป็นท่าทีแรกเริ่มของทางฝั่งจีน และคาดว่านี่จะเป็นเงาจางๆ ที่ชี้ให้เห็นดีกรีความระอุในเวทีการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) และเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว
คงมีเพียงทางธนาคารกลางฟิลิปปินส์เท่านั้น ที่ยังใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวอันร้อนแรงครั้งนี้ โดยแสดงท่าทีเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเฟด และมองว่าจะเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดโลก
นับเวลานี้จึงเป็นภาวะต้องจับตา แบบนาทีต่อนาที ว่าพายุที่สหรัฐกระพือใส่เอเชียครั้งนี้ จะพลิกเป็นโอกาสได้อย่างไร ยาของเบอร์แนนคี จะแรงพอที่แก้วิกฤตในประเทศได้ดีพอหรือไม่ หรือจะเป็น “พาหะ” นำวิกฤตสหรัฐมาแพร่ในเอเชีย







