
โอบามาบุกเอเชียสานการกิจธำรงอิทธิพลสหรัฐ
หลังพกพารอยฟกช้ำทั้งทางด้านจิตใจและทางอุดมการณ์จากผลการเลือกตั้งกลางเทอม
หลังพกพารอยฟกช้ำทั้งทางด้านจิตใจและทางอุดมการณ์จากผลการเลือกตั้งกลางเทอม
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
หลังพกพารอยฟกช้ำทั้งทางด้านจิตใจและทางอุดมการณ์จากผลการเลือกตั้งกลางเทอม ที่พรรคเดโมเครตไม่สามารถโกยที่นั่งในสภาคองเกรสมาไว้ในมือได้ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐ ไม่มีเวลารออีกต่อไป ต้องฮึดสวมบทผู้นำหนักแน่นเดินหน้าทริปเยือนเอเชีย 10 วัน 4 ประเทศ
นับเป็นภารกิจเดินทางต่างประเทศที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของสหรัฐ
นัยหนึ่ง คือ การหันหลังให้กับความอลหม่านของการเมืองภายในประเทศเป็นการชั่วคราวทิ้งเสียงวิจารณ์และคำถามมากมายไว้ด้านหลัง
แม้จะดูเหมือนว่าการเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้จะไม่ต่างจากทริปปลดเปลื้องความรู้สึกออกจากความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ ในสายตาของนักวิจารณ์หัวอนุรักษนิยม
แต่การหันหน้าเข้าซบเอเชียครั้งนี้ ก็มีนัยหนึ่งในการช่วยคานอำนาจ อย่างน้อยก็ในเชิงความรู้สึกว่ารัฐบาลสหรัฐนำโดยพรรคเดโมแครตนั้น ยังรักษาบทบาทและจุดยืนในการเมืองนอกบ้านได้
เมื่อกะเทาะดูประเด็นที่โอบามาต้องสะสางในการเดินทางครั้งนี้ ก็ล้วนเป็นประเด็นที่เปราะปาง และเชื่อมโยงกับอำนาจและเศรษฐกิจของสหรัฐทั้งสิ้น ที่แสดงให้เห็นว่า โอบามาซึ่งโอบอุ้มชื่อเสียงและอำนาจแห่งมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลกยังคง “เสียงดัง” และ “มีเครดิต” ในเวทีโลก
ตามหมายกำหนดการ โอบามาต้องเดินทางเข้าร่วมประชุมใหญ่ถึงสองเวที คือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่เมืองโยโกฮามา ของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นช่วงเดือน พ.ย. หลังการเลือกตั้งของสหรัฐโดยตลอด และถือเป็นเวทีไฟต์บังคับที่ประธานาธิบดีสหรัฐต้องเข้าร่วมประชุมเองทุกครั้ง นับตั้งแต่ปี 1993 นั่นเพราะเป็นการยืนยันท่าทีและความร่วมมือของสหรัฐ
อีกหนึ่งเวทีคือ การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี20 ที่กรุงโซล ของเกาหลีใต้
แต่ก่อนการเข้าร่วมประชุมทั้งสอง โอบามาจะแวะเยือนอินเดียถึง 4 วัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ครองตำแหน่งผู้นำ
การผนวกเอาอินเดียซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน่าจับตา เข้ามาไว้ในตารางหมายกำหนดการทัวร์เอเชียหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แฝงนัยในเชิงสัญลักษณ์
ในมุมมองที่ชัดเจนที่สุดคือ โอบามาต้องการแสดงให้เห็นว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับอินเดียไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าจีน ซึ่งเคยเดินทางเยือนมาแล้ว
ส่วนเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอันมากที่สุดจากภารกิจเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้คือ การผลักดันผลประโยชน์ด้านการค้ากับทางรัฐบาลนิวเดลี อาทิ เรื่องการขายอาวุธ และการผ่อนปรนกฎระเบียบทางการค้าระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น
เมื่อมองในภาคสังคมและเศรษฐกิจ ในยามนี้ทั้งอินเดียและสหรัฐต่างก็ต้องการการสร้างงานทั้งคู่
อินเดียซึ่งกำลังเติบโตและมีการขยายตัวของกลุ่มชนชั้นกลาง ตัวเลขของการบริโภคและการนำเข้ากำลังขยายตัว ขณะที่สหรัฐก็ระทมกับตัวเลขอัตราการจ้างงานอยู่ไม่น้อย การแซะช่องขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้นแม้เพียงน้อยนิดก็ถือว่าเป็นข่าวดี ดังนั้นการมองหาหุ้นส่วนและขยายขอบการค้าระหว่างกันได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศพึงใจ
เมื่อออกจากอินเดีย โอบามาก็จะเข้าร่วมประชุม จี20 ก่อนที่จะไปยังญี่ปุ่นจุดหมายปลายทางที่ผู้นำสหรัฐจะได้พบกับผู้นำจีนในเวทีเอเปก สองเวทีหลักที่ต้องหยิบประเด็นเรื่องความสมดุลทางการค้าโลกและค่าเงินมาสะสาง
ทั้งหมดทั้งมวลของภารกิจมาราธอนซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 514 พ.ย.นี้ แม้ไม่ได้เหยียบย่างเข้าสู่แดนมังกร แต่กลับเป็นการสื่อสารกับพญามังกรแทบทุกฝีก้าว
หนำซ้ำยังเป็นเชิงแข็งกร้าวด้วยเพราะ 4 ประเทศ ที่อยู่ในรายชื่อการเยือนครั้งนี้ คือ อินเดีย เกาหลีใต้ อินโดนีเชียและญี่ปุ่น ล้วนเป็นประเทศที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับอำนาจทั้งทางทหารและทางเศรษฐกิจของจีนทั้งสิ้น
สิ่งที่สหรัฐต้องการจะสื่อสารก็คือ สหรัฐยังคงมีบทบาทความสนใจและผลประโยชน์ในเอเชีย ดังนั้นจีนจะเคลื่อนไหวไปทางไหนหรือทุ่มน้ำหนักไปยังพื้นที่ใดก็ต้องเหลียวมามองสหรัฐบ้าง เพราะยังคงมีพันธมิตรของสหรัฐที่หวังพึ่งพาอำนาจของสหรัฐมาช่วยถ่วงดุล
สหรัฐปักธงเกาะติดเอเชียชัดเจน ในเชิงการทูตคู่ขนาน ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แสดงจุดยืนผลักดันท่าทีในฐานะคนสำคัญของเอเชียเสมอ ด้วยการเดินทางเยือนเอเชียอยู่บ่อยครั้ง ครั้งละหลายๆ ประเทศ และพยายามขยายประเด็นครอบคลุมกินวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
เวลานี้โอบามาอาจจะไม่ได้เปล่งรัศมีความสามารถเตะตาและตรงใจชาวอเมริกัน ซึ่งยังระทมทุกข์จากภาวะเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่าง “ลูกผีลูกคน” แต่สำหรับในเวทีโลกการเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้ ต้องรักษาบทเด่นให้เป็นที่ประจักษ์
ก่อนที่พญามังกรจะชิงบทบาทไป ดังนั้นผู้นำในภาวะลุ่มๆ ดอนๆ อย่างโอบามา จะต้องหอบความสำเร็จติดมือกลับประเทศให้ได้
อย่างน้อยก็เพื่อช่วยลดดีกรีเรื่องร้อนการ เมืองในบ้าน และความไม่พอใจของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ให้เบาบางลง







