ไทยรักษาชาติยื่นกกต.ขอใช้สิทธิชี้แจงกรณียุบพรรคย้ำอย่าประหารพรรคด้วยความเร่งรัด
พรรคไทยรักษาชาติส่งฝ่ายกฎหมายยื่นกกต.ขอใช้สิทธิชี้แจงกรณีเสนอแคนดิเดตนายกฯ ย้ำอย่าประหารพรรคด้วยความเร่งรัด
พรรคไทยรักษาชาติส่งฝ่ายกฎหมายยื่นกกต.ขอใช้สิทธิชี้แจงกรณีเสนอแคนดิเดตนายกฯ ย้ำอย่าประหารพรรคด้วยความเร่งรัด
เมื่อวันที่ 13 กพ. นายสุรชัย ชินชัย คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ว่า กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบ ทษช. โดยระบุว่า ขอโอกาสในการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางพรรคเห็นว่าไม่เป็นธรรม เพราะว่าไม่มีโอกาสได้ชี้แจง ทั้งที่ตามกระบวนการกฎหมายผู้ถูกร้องต้องมีโอกาสชี้แจงและแสดงหลักฐานก่อน
นายสุรชัย กล่าวว่า ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ไม่ต่างจากการนำ ทษช. ไปประหาร อีกทั้ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องเร่งรัดกระบวนการยุบพรรค ดังนั้น จึงอยากให้ กกต. เปิดโอกาสให้พรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้ง อย่างน้อยก็ขอให้สมาชิกได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญก่อน เพราะไม่ได้ใช้สิทธิ์มาหลายปี และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ทษช. สมควรที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนหรือไม่
นอกจากนี้ ทางพรรคเห็นว่าการใช้อำนาจของ กกต. ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 3 และการยุบพรรคเป็นการกระทบต่อสิทธิของพรรคและสมาชิกพรรคที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ตามมาตรา 4 และตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 93 ซึ่ง กกต. ยังไม่ได้ดำเนินการมีมติกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการไต่สวน สอบสวน พิจารณา ชี้ขาดกรณีการกระทำผิดของพรรคการเมือง มาตรา 92 ไว้ตามที่กฎหมายกำหนด
“การดำเนินการใดๆ ของ กกต. จึงอาจเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เป็นการฟังความข้างเดียว โดยไม่ให้โอกาสพรรคผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแสดงพยานหลักฐาน ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมและกฎหมายที่กำหนด”คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ทษช. ระบุ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 ทษช. ในฐานะผู้กล่าวหา จึงขอให้โอกาสให้พรรคได้รับทราบข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน โดยสรุปตามมาตรา 43 วรรคแรก ในกฎหมาย กกต.
นายสุรชัย กล่าวด้วยว่า ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ที่จะให้ถ้อยคำหรือแสดงพยานหลักฐานในระยะเวลาตามที่เจ้าพนักงานกำหนดและมีสิทธิ์ที่จะให้ทนายความหรือบุคคลที่ไว้วางใจเข้าฟังการไต่สวนได้ตามมาตรา 43 วรรคสอง และเปิดโอกาสให้คู่กรณีได้โต้แย้งคัดค้านและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาอันสมควร


