
แบงก์ชาติอีสานยันน้ำท่วมยังไม่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ
แบงก์ชาติแจงข้อมูลเบื้องต้น พื้นที่เกษตรอีสานถูกน้ำท่วมประมาณ 3 ล้านไร่ ยันไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายยังขยายตัวเพิ่มจากปีก่อน
แบงก์ชาติแจงข้อมูลเบื้องต้น พื้นที่เกษตรอีสานถูกน้ำท่วมประมาณ 3 ล้านไร่ ยันไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายยังขยายตัวเพิ่มจากปีก่อน
นายเพิ่มสุข สุทธินุ่น ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ธปท.สภอ.) ชี้แจงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจกรณีน้ำท่วมภาอีสาน ว่า พื้นเกษตรที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 16 จังหวัด เบื้องต้นคาดว่า จะเสียหายจากการถูกน้ำท่วม เป็นนาข้าว 2.2 ล้านไร่ พืชไร่ประมาณ 9 แสนไร่ และพืชสวนอีกประมาณจำนวนหนึ่ง รวมเป็นพื้นที่ที่ได้รับวามเสียหายทั้งหมด ประมาณ 3 ล้านไร่ จากพื้นที่ถือครองการเกษตรภาคอีสานจำนวน 57 ล้านไร่นั้น
อย่างไรก็ตาม ผลผลิตเสียหายไม่มากนัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5 - 6% จากพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งหมด คงไม่กระทบเศรษฐกิจโดยรวมทั้งประเทศ และเศรษฐกิจภาคอีสานนั้นมีพื้นฐานดี มีความแข็งแกร่ง
“น้ำท่วมครั้งนี้อาจกระทบเศรษฐกิจอีสานบ้างในด้านอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจลดลง แต่ผลผลิตที่เสียหาย คงไม่ทำให้ผลผลิตขาดแคลน ขณะที่ราคาข้าวเปลือกปีผลิต 2553/2554 มีทิศทางดีขึ้น โดยเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว แม้ผลผลิตจะไม่เสียหายจากน้ำท่วม เนื่องจากตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการสูง”นายเพิ่มสุขกล่าว
สำหรับเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 ตามการขยายตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชน
ทั้งนี้เนื่องจากรายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นตามราคาข้าวเปลือกเหนียวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกอบกับการใช้จ่ายของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นตามการใช้จ่ายของโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่มีส่วนช่วยให้การลงทุนของภาคเอกชนยังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะยังคงขยายตัวจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยที่สนับสนุน คือ พืชผลเริ่มออกสู่ตลาดและราคาพืชผลที่จะยังอยู่ในเกณฑ์ดี
นายเพิ่มสุข กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกเหนียว ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคามันสำปะหลัง และราคาอ้อย ที่ตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการอยู่ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ โดยเฉพาะงบประมาณภายใต้โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่างประเทศที่มีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี คือ ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงเนื่องจากพื้นที่เกษตรประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งจะกระทบต่อรายได้เกษตรกร ความผันผวนของค่าเงินบาทจากกระแสของเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ความยั่งยืนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และยุโรป







