posttoday
ขยายผลเงินอุดหนุนนร.ยากจนพิเศษเปิดคอร์สสร้างอาชีพแก้ปัญหายั่งยืน

ขยายผลเงินอุดหนุนนร.ยากจนพิเศษเปิดคอร์สสร้างอาชีพแก้ปัญหายั่งยืน

15 มกราคม 2562

รร.สพฐ.ขยายผลเงินอุดหนุนนร.ยากจนพิเศษ เปิดคอร์สสร้างอาชีพแก้ปัญหายั่งยืน ผอ.-ครู- เขตพื้นที่การศึกษาติดตามผลใกล้ชิดกสศ.เปิดให้รร.ส่งชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง 16 ม.ค.นี้

รร.สพฐ.ขยายผลเงินอุดหนุนนร.ยากจนพิเศษ เปิดคอร์สสร้างอาชีพแก้ปัญหายั่งยืน ผอ.-ครู- เขตพื้นที่การศึกษาติดตามผลใกล้ชิดกสศ.เปิดให้รร.ส่งชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง 16 ม.ค.นี้

ที่โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์  กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดเสวนา ติดตามเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ  จัดสรรช่วยเหลือแล้วแก้ปัญหาตรงจุดอย่างไร

นางสาวชูสะอาด  กันธรส ผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินอุดหนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ. กล่าวว่า  สถานะการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา กสศ. ได้โอนเงินอุดหนุนในรอบแรกให้แก่โรงเรียนและผู้ปกครองที่ส่งข้อมูลเข้ามาและผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 393,932,400 บาท ครอบคลุมโรงเรียนจำนวน 16,497 โรงเรียน และนักเรียนจำนวน 364,527 คน  โรงเรียนสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้จาก User ของ Admin โรงเรียน และเมื่อได้รับเงินอุดหนุนแล้ว สามารถดำเนินการตามแผนการใช้เงินที่เสนอไว้แก่คณะกรรมการสถานศึกษาได้ทันที

สำหรับเงินอุดหนุนนักเรียน ที่ผู้ปกครองไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคารและขอรับเงินสดจากโรงเรียน ควรเบิกจ่ายแก่นักเรียนภายใน 7-10 วัน  นับจากวันที่ได้รับเงินโอนจาก กสศ. โดยหลังจากนี้สถานศึกษาและครูจะรายงานบันทึกการมาเรียน รวมถึงน้ำหนัก ส่วนสูงของนักเรียนยากจนพิเศษรายบุคคลอย่างใกล้ชิดตลอดปีการศึกษาผ่าน cct.thaieduforall.org ตามข้อตกลงการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งจะเป็นข้อมูลและผลลัพธ์ที่สำคัญในการจัดสรรเงินอุดหนุนภาคเรียนถัดไป  โดยนักเรียนยากจนพิเศษจะต้องมีอัตราการมาเรียนสูงกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน  หลังจากนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาจะช่วยลงพื้นที่สนับสนุน ติดตามผลการใช้เงินอุดหนุน และการดำเนินงานของทางโรงเรียนต่อไป

นางสาวชูสะอาด กล่าวว่า จากการตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอุดหนุน เราพบว่าขณะนี้ยังมีโรงเรียน 2 กลุ่ม ที่ขอความร่วมมือให้เร่งดำเนินการเข้ามาในระบบได้แก่  1.กลุ่มที่ต้องแก้ไขข้อมูลที่ส่งเข้ามาให้ถูกต้อง  เช่น กรอกชื่อบัญชีเงินฝาก เลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง  และ2 กลุ่มที่ยังไม่ได้ดำเนินการส่งข้อมูลเข้ามาเลยจำนวนรวมทั้งสิ้น 7,070 โรงเรียน  ซึ่งหลังจากเปิดระบบรอบสุดท้ายในปีการศึกษา 2561 ล่าสุด มีโรงเรียนกรอกข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติมมากกว่า 2,600 โรงเรียนหรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของรายชื่อโรงเรียนที่เหลืออยู่ โดยระบบจะยังเปิดไปจนถึงวันพุธที่ 16 มกราคม 2562 นี้  จึงขอประชาสัมพันธ์ให้สถานศึกษาอีกราว 4,400 แห่งเร่งจัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อส่งผลการรับรองรายชื่อนักเรียนยากจนพิเศษ และดำเนินการเปิดบัญชีสถานศึกษาพร้อมทั้งระบุชื่อ-เลขบัญชีให้ถูกต้องเพื่อมิให้นักเรียนเสียโอกาสในการรับเงินอุดหนุนยากจนพิเศษในปีการศึกษานี้    ทั้งนี้สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ที่ยังไม่ได้จัดทำข้อมูล นร.ยากจนพิเศษ ได้ที่  https://www.eef.or.th/thaieduforall/   หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 02-079-5475 กด 1

ขยายผลเงินอุดหนุนนร.ยากจนพิเศษเปิดคอร์สสร้างอาชีพแก้ปัญหายั่งยืน


 
ด้านนายสุภกร  บัวสาย ผู้จัดการ  กสศ. กล่าวว่า  หัวใจสำคัญของเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ คือการดูแลและพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ตามสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งภายหลังได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจาก กสศ.นั้น โรงเรียนสามารถบริหารจัดการเงินอุดหนุนเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ค่าอาหารเช้าสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โดยโรงเรียนสามารถบริหารจัดการตามความเหมาะสมเพื่อให้นักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดี  มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ นำไปสู่พัฒนาการสมวัย พร้อมเรียนรู้เต็มศักยภาพ  และส่วนที่ 2 ค่าดำเนินกิจกรรมทางการศึกษา เสริมสร้างพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพในอนาคต โดยคำนึงถึงความสนใจของนักเรียน บริบทของพื้นที่ และโอกาสทางเศรษฐกิจประกอบกัน  เพื่อขยายผลเงินอุดหนุนให้เป็นประโยชน์แก่นักเรียนกลุ่มนี้ในระยะยาว  
 
“กรณีของโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์  ถือเป็นต้นแบบการขยายผลเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ ด้วยงบประมาณจำนวนไม่มาก แต่โรงเรียนวางแผนต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม เมื่อสำรวจว่านักเรียนมีความสนใจด้านเบเกอรี่ จึงเปิดคอร์สพิเศษเพื่อสอนนักเรียนกลุ่มนี้  ซึ่งการเรียนการสอนสามารถบูรณาการทั้งในส่วนทักษะการทำอาหารเพื่อสร้างอาชีพ การบูรณาการกับวิชาการเรียนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น คณิตศาสตร์ การคำนวนต้นกำไรขาดทุน การชั่งตวงวัด วิทยาศาสตร์อาหาร ความคิดสร้างสรรค์ในการการออกแบบผลิตภัณฑ์  การวางแผนการขาย และการทำการตลาด  ซึ่งโรงเรียนสามารถเชิญวิทยากรจากภายนอกมาร่วมให้ความรู้ได้” นายสุภกร กล่าว

ด้านนางสุภาณี ธรรมาธิคม  ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์  กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียน ยากจนพิเศษที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสถานศึกษาจำนวน  64 คน  คิดเป็นร้อยละ 5 ของนักเรียนทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ทางโรงเรียนจะละเลยไม่ได้ ในทุกกระบวนการตั้งแต่การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน การเก็บข้อมูลต้องครบถ้วนถูกต้อง เพราะทุกรายละเอียดคือ โอกาสทางการศึกษาของเด็กนักเรียนเหล่านี้โรงเรียนเข้าใจในกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน และต้องตรวจสอบ ก็เพื่อความรอบคอบ    สำหรับเงินอุดหนุนที่ได้รับจากทางกสศ. โรงเรียนบริหารการใช้จ่ายเงินเป็น 2 ส่วน คือ จัดให้นักเรียนในรูปแบบคูปองอาหารกลางวัน  และกิจกรรมพัฒนานักเรียนยากจนพิเศษซึ่งทางโรงเรียนให้ความสำคัญมาก  โดยในการจัดกิจกรรมได้ประเมินจากความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก จึงจัดให้มีการสอนทักษะการทำเบเกอรี่และขนมอบต่างๆแก่นักเรียนยากจนพิเศษทั้ง 64 คน 
 
“เราเริ่มเปิดคอร์สให้นักเรียน มา 2 ครั้งแล้ว เด็กๆ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาให้รสชาติดีขึ้นทุกครั้ง เมื่อเชี่ยวชาญกว่านี้  เราวางแผนเปิดเป็นร้านเบเกอรี่จำหน่ายในชุมชน ตลาด เพื่อสร้างรายได้ เป็นกองทุนเล็กๆที่เติบโตต่อไป ทางโรงเรียนมองว่า เงินอุดหนุนจาก กสศ.ในส่วนของการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิต แม้ไม่มากแต่เป็นเงินลงทุน ซึ่งถ้านำไปใช้อย่างถูกจุดจะสามารถสร้างดอกผลทั้งในรูปของการเพิ่มพูนศักยภาพของนักเรียน  และเป็นเงินลงทุนที่สร้างรายได้ในอนาคตได้ สำคัญอยู่ที่ความคิดริเริ่มและวิธีการนำไปใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเงินจำนวนนี้  เพื่อสร้างโอกาสให้แก่นักเรียนมากที่สุด ” นางสุภาณี กล่าว

ขยายผลเงินอุดหนุนนร.ยากจนพิเศษเปิดคอร์สสร้างอาชีพแก้ปัญหายั่งยืน


 
ขณะที่นายนิพนธ์  ด้วงคำจันทร์ อาจารย์ระบบงานแนะแนวและระบบดูแลช่วยเหลือ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ครูแอดมิน กล่าวว่า  เพราะเราตระหนักดีว่า ข้อมูลของนักเรียนที่เก็บมาไม่ได้ถูกใช้เพื่อจ่ายเงินแค่ครั้งเดียว แต่คือการติดตามนักเรียนเป็นรายบุคคลในระยะยาวจนจบการศึกษา ป้องกันไม่ให้หลุดออกนอกระบบ   กระบวนการจึงถูกออกแบบมาให้มีความละเอียด รอบคอบ  เวลาบันทึกข้อมูลต้องสะกดให้ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน ไม่ว่าจะชื่อนักเรียน ชื่อผู้ปกครอง สถานะครัวเรือน  เลขที่บัญชี  ต้องมั่นใจ 100% ว่าตรงตามข้อเท็จจริงเพราะถ้าผิดแม้แต่คำเดียว  จะส่งผลให้การช่วยเหลือนักเรียนล่าช้าออกไปอีก  หรืออาจจะทำให้เด็กคนหนึ่งเสียโอกาสไปเลยก็ได้

“เวลากว่าสองเดือนที่ทำงานเรื่องนี้มา ตั้งแต่ลงเยี่ยมบ้าน กรอกข้อมูล แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และมีการตรวจสอบหลายชั้น จนถึงวันที่นักเรียนได้รับเงินอุดหนุน เราเห็นแววตาที่ดีใจ  ความกระตือรืนร้นที่จะเรียนรู้ โอกาสของเด็กเหล่านี้ พิสูจน์เลยว่า ที่ทุ่มเทลงไปมันไม่สูญเปล่า เราหายเหนื่อย ยิ่งมีพลังมากขึ้นด้วยซ้ำ  รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ” นายนิพนธ์ กล่าว
 
ขณะที่ หนึ่งในตัวแทนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดสตรีอัปสรสวรรค์ ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนเด็กยากจนพิเศษ จาก กสศ. กล่าวว่า  รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับทุน จะวางแผนใช้ทุนที่ได้รับโดยเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ทุนนี้เป็นกำลังใจให้หนูมาก จะขวนขวายในเรื่องการเรียนให้มาก เพื่อตอบแทนสิ่งที่ได้รับ และเป็นการพัฒนาศักยภาพในเรื่องการเรียนต่อตัวเอง รวมทั้งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ ได้เห็นว่าเราได้รับทุนแล้วนำไปทำอะไรบ้าง อยากให้ทุน กสศ. เด็กยากจนพิเศษ มีต่อไปเรื่อยๆ เพื่อส่งเสริมให้เด็กยากจนได้เพิ่มศักยภาพ เพราะเพื่อนของหนูหลายครอบครัวที่เห็น มีศักยภาพแต่ขาดทุนทรัพย์ ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนา

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก