
อ.ธรณ์ เผยวิธีฟื้นฟู-ผลกระทบธรรมชาติในทะเลที่เกิดขึ้นหลังพายุปาบึก
รองคณบดีประมง ม.เกษตร เผยผลกระทบทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นหลังพายุปาบึก และแนวทางฟื้นฟูที่รัฐและประชาชนสามารถทำได้
รองคณบดีประมง ม.เกษตร เผยผลกระทบทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นหลังพายุปาบึก และแนวทางฟื้นฟูที่รัฐและประชาชนสามารถทำได้
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เริ่มต้นจากสัตว์ทะเลหายาก คลื่นได้ส่งผลต่อสัตว์น้ำโดยเฉพาะลูกสัตว์น้ำ สำหรับสัตว์น้ำอื่นโดยเฉพาะสัตว์น้ำหน้าดินอาจได้รับผลกระทบจากคลื่นบ้าง แต่ที่น่าห่วงคือน้ำจืดจำนวนมากจะไหลลงทะเลทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเบียด ความเค็มแถวปากแม่น้ำและชายฝั่งจะลดลงอย่างเร็วน้ำอาจแบ่งเป็น 2 ชั้น อาจทำให้สัตว์น้ำตายเหมือนที่เคยเกิดตามชายฝั่งเพชรบุรี-ชะอำ
ส่วนระบบนิเวศทางทะเลที่จะได้รับผลมากสุด คือแนวปะการังน้ำตื้น ขณะที่ป่าชายเลนไม่ค่อยเป็นอะไร หญ้าทะเลแม้จะหลุดลุ่ยบ้างแต่ฟื้นตัวใหม่ได้เร็ว ซึ่งผิดจากแนวปะการังที่ฟื้นตัวช้าเพราะคลื่นจะทำให้ปะการังน้ำตื้นแตกหัก และผลอันดับสองคือตะกอนซึ่งน่าจะเป็นผลกระทบแรงสุดและต่อเนื่องหลายวัน เนื่องจากตะกอนบางส่วนเกิดจากคลื่นพัดขึ้นมาจากพื้นท้องทะเลจะทำให้น้ำขุ่น และเมื่อแสงส่องผ่านไม่ได้หลายวัน ตะกอนยังตกทับบนปะการัง ก็ทำให้ปะการังอ่อนแอหรือตายได้
และผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอันดับสาม คือน้ำจืด เมื่อน้ำจืดจำนวนลงทะเลจะส่งผลกับความเค็มของน้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ปะการังอาจฟอกขาวฉับพลัน เพราะฉะนั้นควรต้องสำรวจแนวปะการังในหลายพื้นที่ในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเกือบทั้งหมด รวมถึงบางส่วนในอันดามันเหนือ
ทั้งนี้ เชื่อว่ากรมทรัพยากรทางทะเลและกรมอุทยานฯ น่าจะวางแผนและเริ่มลงมือสำรวจ ก่อนจะออกมาตรการที่จำเป็นต่อไป เพราะตอนนี้ยังเร็วไปที่จะบอกว่าควรมีมาตรการใดบ้าง อย่างไรก็ตามมาตรการคงต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวไม่ให้ได้รับผลกระทบมากไปกว่านี้
ผศ.ดร.ธรณ์ ระบุอีกว่า ขณะที่ปัญหาขยะทะเลเพราะน้ำพัดพาขยะที่ไม่ได้จัดการลงสู่ทะเลโดยตรง โดยเฉพาะขยะพลาสติกซึ่งในช่วง 1-2 สัปดาห์จากนี้อาจพบแพขยะขนาดใหญ่ลอยในอ่าวไทย เช่นเดียวกับที่เคยเกิดเป็นประจำหลังน้ำท่วมใหญ่ ดังนั้นหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมการเก็บขยะตามชายหาดและขยะในทะเลอ่าวไทย รวมถึงดำน้ำเก็บขยะที่ตกค้างและสร้างความเสียหายต่อแนวปะการังน้ำตื้น
ส่วนภาคประมงจะได้รับผลกระทบ 3 ด้าน คือ 1.การทำมาหากินหยุดชะงักเพราะไม่สามารถออกเรือได้ 2.เครื่องมือประมงเสียหาย 3.การเพาะเลี้ยงชายฝั่งอาจประสบปัญหาคลื่นลมทำให้กระชังหรือผลผลิตเสียหาย
ผศ.ดร.ธรณ์ ทิ้งท้ายว่า กรมทรัพยากรทางทะเลฯ และกรมอุทยานฯ ต้องเร่งรีบสำรวจความเสียหายของระบบนิเวศแนวปะการังในทุกพื้นที่ซึ่งโดนพายุหนัก รวมถึงพื้นที่ปากแม่น้ำหรือบริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำจืด ตลอดจนหาทางเตรียมจัดการปัญหาขยะทะเล เพราะผลกระทบจากปาบึกครั้งนี้รุนแรงและเป็นพื้นที่กว้างมาก
ส่วนการฟื้นฟูที่เครือข่ายและอาสาสมัครสามารถทำได้ เช่น เก็บเศษปะการังที่แตกหักนำมาฟื้นฟูใหม่ หรือช่วยปัดตะกอนออกจากปะการัง ฯลฯ ทำได้เหมือนที่เคยช่วยตอนสึนามิแม้อาจช่วยได้ไม่มากแต่อย่างน้อยก็ยังได้ช่วย







