
ศก.เอเชียเสี่ยงทุนทะลัก
เอดีบีเตือนอย่าบิดเบือนค่าเงินมาร์คแนะคลังเอเซียนรวมพลังโพสต์ทูเดย์ — เอดีบีชี้เอเชียเผชิญปัญหาเงินทุนไหลเข้า ย้ำต้องเลี่ยงการบิดเบือนค่าเงินเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยกับผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในระหว่างการประชุมร่วมกันที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่า ภาวะเงินทุนไหลเข้าเป็นหนึ่งในสองปัจจัยเสี่ยงที่ประเทศในเอเชียต้องเผชิญ หลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจทั้งนี้ ความเสี่ยงแรกที่ทางเอดีบีกล่าวถึงคือ ภาวะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อาจจะไม่ราบรื่นสำหรับในเรื่องของภาวะเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าที่หลายประเทศในเอเชียกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ทางนายคุโรดะ กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและสูงมากของภูมิภาคเอเชีย เป็นแรงดึงดูดให้เงินทุนเข้ามายังภูมิภาคมากจนเกินความจำเป็น อย่างไรก็ตาม นายคุโรดะ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่กำลังเฝ้าดูราคาสินทรัพย์ และอัตราแลกเปลี่ยนต่างก็กำลังเริ่มต้นที่จะใช้มาตรการควบคุมทุน จำกัดการเก็งกำไร “ต้องระวังไม่สร้างความบิดเบือนในการจัดการกับทุนร้อน
เอดีบีเตือนอย่าบิดเบือนค่าเงินมาร์คแนะคลังเอเซียนรวมพลังโพสต์ทูเดย์ — เอดีบีชี้เอเชียเผชิญปัญหาเงินทุนไหลเข้า ย้ำต้องเลี่ยงการบิดเบือนค่าเงิน
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยกับผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในระหว่างการประชุมร่วมกันที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่า ภาวะเงินทุนไหลเข้าเป็นหนึ่งในสองปัจจัยเสี่ยงที่ประเทศในเอเชียต้องเผชิญ หลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ความเสี่ยงแรกที่ทางเอดีบีกล่าวถึงคือ ภาวะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อาจจะไม่ราบรื่น
สำหรับในเรื่องของภาวะเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าที่หลายประเทศในเอเชียกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ทางนายคุโรดะ กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและสูงมากของภูมิภาคเอเชีย เป็นแรงดึงดูดให้เงินทุนเข้ามายังภูมิภาคมากจนเกินความจำเป็น
อย่างไรก็ตาม นายคุโรดะ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่กำลังเฝ้าดูราคาสินทรัพย์ และอัตราแลกเปลี่ยนต่างก็กำลังเริ่มต้นที่จะใช้มาตรการควบคุมทุน จำกัดการเก็งกำไร
“ต้องระวังไม่สร้างความบิดเบือนในการจัดการกับทุนร้อน” นายคุโรดะ กล่าว
ก่อนหน้านี้ มีข้อมูลตัวเลขจากทางสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เปิดเผยว่า เงินทุนภาคเอกชนที่ไหลเข้ามายังประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในปี 2553 นี้ มีมูลค่าสูงถึง 8.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าเมื่อปี 2552 ถึงกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตัวเลขเมื่อปี 2552 มีมูลค่าอยู่ที่ 5.81 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
เงินทุนที่ไหลเข้าจำนวนมากจะเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ค่าเงินในเอเชียแข็งค่าขึ้น สินค้าส่งออกมีราคาสูงขึ้นในตลาดโลก ขณะที่สหรัฐปล่อยให้เงินอ่อนค่าลง ส่วนจีนก็ยังคงตรึงอัตราแลกเปลี่ยน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมอาเซียนว่า กระทรวงการคลังทุกประเทศควรประสานนโยบายมหภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อจับตาความผันผวนและผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่อาจจะยังไม่มีเสถียรภาพ รวมทั้งปัญหาเงินทุนไหลเข้าในภูมิภาคอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำ จี20 ที่จะจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ในเดือนหน้า ว่าจะมีการหยิบเอาเรื่องการแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิ ภาคขึ้นเป็นประเด็นในการหารือ







