
น้ำท่วมสภาชิงความนิยม
วิกฤตน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ยังเป็นเรื่องที่ต้องคอยติดตามดูสถานการณ์ ทั้งระดับน้ำและความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ไม่เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่อาจจะโยงยาวไปถึงกลางเดือน พ.ย. เป็นอย่างน้อย ล่าสุด 16 จังหวัดเริ่มคลี่คลาย แต่อีก 22 จังหวัดยังน่าเป็นห่วง
วิกฤตน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ยังเป็นเรื่องที่ต้องคอยติดตามดูสถานการณ์ ทั้งระดับน้ำและความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ไม่เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่อาจจะโยงยาวไปถึงกลางเดือน พ.ย. เป็นอย่างน้อย ล่าสุด 16 จังหวัดเริ่มคลี่คลาย แต่อีก 22 จังหวัดยังน่าเป็นห่วง
การเมืองขณะนี้เรียกได้ว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ถือโอกาสช่วงชิงความนิยมในพื้นที่ภาคอีสานหวังดึงคะแนนเสียง ถึงขนาดมีปมคาใจระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ต่อการแย่งชิงการจ่ายค่าชดเชยครัวเรือนละ 5,000 บาท โดยฝ่ายภูมิใจไทยเห็นว่าควรจ่ายเงินส่วนนี้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) เห็นว่าควรจ่ายผ่านสถาบันการเงิน
ขณะเดียวกันปัญหาน้ำท่วมก็ยังคงถูกฝ่ายค้านนำมาโจมตีในสภา โดยนายวิทยา บุรณศิริ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามนายกฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างมีอคติ โดยแต่งตั้งนายสาทิตย์ซึ่งเป็นคนใต้มาเป็นประธาน ซึ่งก็ถูกนายสาทิตย์ซัดกลับว่า อย่าเอาเรื่องความเดือดร้อนประชาชนมาโยงกับการเมือง
นายกฯ ห่วงตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ตรงกัน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 17 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้สอบถามความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัด ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มายัง ศชอ. โดยได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตัวเลขผู้เสียชีวิตให้มีจำนวนตรงกัน
ขณะที่นายสาทิตย์ รายงานว่า ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 85 คน เสียชีวิตจากภัยพิบัติมากที่สุดอยู่ที่ จ.นครราชสีมา
ในขณะที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สรุปรายชื่อผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1030 ต.ค. 2553 รวมยอดผู้เสียชีวิต 100 คน จากเดิม 94 คน เพิ่มเติม 6 คน เป็นเพศชาย 84 คน เพศหญิง 16 คน
เตรียมเพิกถอนพาสปอร์ต 9 แกนนำเสื้อแดง
ความพยายามสกัดแกนนำคนเสื้อแดงป่วนเมืองยังดำเนินต่อไป โดยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจสันติบาลและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศขอให้เพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) 9 แกนนำเสื้อแดง ซึ่งถูกดำเนินคดีก่อการร้ายและหลบหนีออกนอกประเทศ
ประกอบด้วย 1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 2.นายพายัพ ปั้นเกตุ 3.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ อีสาน 4.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์ 5.นายอดิศร เพียงเกษ 6.นายอารี ไกรนรา 7.นายชินวัตร หาบุญพาด 8.นายสำเริง ประจำเรือ และ 9.นางกัญญาภัค มณีจักร
กระทรวงการต่างประเทศเห็นชอบในการเพิกถอนพาสปอร์ต เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปยังประเทศที่สาม ซึ่งไม่ได้ทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย และจะทำให้ทั้ง 9 คนเป็นผู้เข้าประเทศกัมพูชาโดยผิดกฎหมายทันที
‘มาร์ค’ ประกาศยอมแพ้เลือกตั้งถ้าชาติสงบ
นักเลือกตั้งคึกคักอีกครั้ง เมื่อนายกฯ ได้กล่าวระหว่างปาฐกถา ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยกับการรับมือของรัฐบาล จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่าจะมีการเลือกตั้งปีหน้า แต่อย่างไรก็ตามคำพูดของนายกฯ ก็มีนัยอยู่ไม่น้อย เมื่อกล่าวทิ้งปมไว้ว่า อยากจะเห็นการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย
“ผมเคยพูดชัดเจนว่า ผมอยากจะแพ้การเลือกตั้งที่ทำให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบสุข มากกว่าชนะการเลือกตั้งแล้วเกิดรุนแรง เพราะฉะนั้นก็หวังว่าปีหน้ามีการเลือกตั้งและเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะทำให้เรื่องทางการเมืองมีความเป็นเสถียรภาพและกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น”







