ข้ามขัดแย้งเพื่อประชาชน เปิดใจแกนนำต่างพรรค‘ลดาวัลลิ์-ธรรมนัส’
สมรภูมิเลือกตั้ง'62: เปิดใจ2แกนนำ สมรภูมิภาคเหนือ ‘ลดาวัลลิ์-ธรรมนัส’ ก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อประชาชน
โดย...อักษรา ปิ่นนราสกุล
นับถอยหลังเลือกตั้งใหญ่ในปี 2562 ใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ละพรรคการเมืองมีขุนพลคนสำคัญขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของพรรคแตกต่างกันไป แต่ก็มองไปที่เป้าหมายใหญ่ปลายทางของทุกพรรค คือ การได้รับโอกาสจากประชาชนมอบความไว้วางใจให้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ แต่ละพรรคจึงต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นานาในสนามการเมือง
สนามการเมืองภาคเหนือ คู่ขับเคี่ยวที่ต้องจับตา คือ พรรคเพื่อไทย (พท.) แชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่ และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นฝ่ายที่มาท้าชิง ทั้งสองพรรคต่างก็มีขุนพลนำทัพ โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่ได้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายกสมาคมชาวพะเยาเพื่อชาวพะเยา และนักธุรกิจชื่อดัง เข้ามาเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ ขุนพลนำทัพคนสำคัญ
การเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐของ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้หลายฝ่ายต้องจับตา เพราะในอดีต ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นกำลังหลักที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยทั้งใน จ.พะเยา และพื้นที่ใกล้เคียง
ครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ประกาศชัดว่า จะลงสมัครในเขต 1 จ.พะเยา บ้านเกิดด้วยตัวเอง
“ที่ผ่านมาผมได้อยู่กับประชาชนชาวพะเยา เขาเห็นว่าผมเอาจริงเรื่องการพัฒนาให้คนพะเยา มีเสียงเรียกร้องให้ผมลง สส. ซึ่งใช้เวลาคิดอยู่หลายวัน ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจที่จะลงเขต 1 ผมลงเองอยู่แล้ว มั่นใจว่าผมยกทีมทั้ง 3 เขต”
ร.อ.ธรรมนัส เล่าถึงการวางฐานการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือว่า กลุ่มพลังของจังหวัดต่างๆ ได้มีการรวมกลุ่มกัน ซึ่งเขาได้ให้การช่วยเหลือดูแลเพื่อสร้างการเมืองใหม่ เพื่อพัฒนาจังหวัดตนเองด้วยกลุ่มพลังท้องถิ่น สร้างแนวร่วมของประชาชน ผู้นำ กลุ่มจิตอาสาต่างๆ เลือกแนวทางที่ทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จังหวัดหรือท้องถิ่นมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
“เป้าหมายที่ต้องการ คือ ทำให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสที่จะร่วมบริหารผลประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาล ผ่านตัวแทนที่เลือกเข้าไปได้อย่างสบายใจ ตรวจสอบผู้แทนตนเองได้ กลุ่มการเมืองที่ผมดูแลอยู่ในจังหวัดต่างๆ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีเป้าหมาย รับรู้และคลุกคลีกับท้องถิ่น ประชาชนตลอดเวลา ก้าวสู่ภารกิจพลิกโฉมการ เมืองเพื่อพัฒนาท้องถิ่น นำพากันก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”
ขณะที่ฟากพรรคเพื่อไทย แกนนำสำคัญในพื้นที่ ก็คือ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันรั้งตำแหน่งโฆษกพรรคเพื่อไทย
“ภาคเหนือ คือ ถิ่นกำเนิดของนายกรัฐมนตรีประเทศไทยถึงสองคน คือ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะต้นทุนทางการเมืองของพรรคไทยรักไทยและเพื่อไทยที่มีมายาวนานอย่างเหนียวแน่น” ลดาวัลลิ์ ประกาศถึงความมั่นใจและย้ำว่า นโยบายของพรรคเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน พร้อมด้วยผลงานของรัฐบาลเพื่อไทยที่ผ่านมาได้เป็นเครื่องพิสูจน์ จึงนำมาซึ่งความเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นผู้นำรัฐบาลอีกครั้ง
แม้จะมีความมั่นใจ แต่ก็ไม่ประมาท สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ลดาวัลลิ์บอกว่าไม่เป็นที่หนักใจแต่อย่างใด โดยอดีต สส.ในพื้นที่ต่างก็ไม่ได้ทิ้งพื้นที่ มีการคลุกคลีกับประชาชนด้วยความสัมพันธ์แนบแน่น พบปะประชาชนไม่ขาด พบปะแกนนำ กลุ่มอาชีพ ฯลฯ ในลักษณะของการไปเยี่ยมเยียน สอบถามสารทุกข์สุกดิบ ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน
ในฐานะที่แกนนำของทั้งสองพรรคเคยร่วมงานการเมืองเป็นทีมงานเดียวกันมาก่อน เมื่อถึงคราวที่ต้องกลายมาเป็นคู่แข่งขันทางการเมือง ลดาวัลลิ์ บอกว่า การได้ทำงานการเมืองแม้ว่าอาจจะต่างพรรค แต่เป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
“ท่านผู้กองฯ กับพี่ต้อย เรานับถือกันมาตลอดเวลา ทราบมาตลอดว่าท่านผู้กองฯ ให้เกียรติและกล่าวถึงพี่ต้อยในทางที่เป็นกัลยาณมิตรทั้งต่อหน้าและลับหลัง” ลดาวัลลิ์ กล่าวถึงแกนนำของพรรคการเมืองคู่แข่งขันอย่างชื่นชม
เช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส ก็กล่าวยกย่องว่า ลดาวัลลิ์ คือ นักการเมืองต้นแบบที่ทำเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน
“พี่ต้อยคือต้นแบบคนทำงานการเมืองเพื่อบ้านเกิด เห็นผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ท่านเป็นนักประสานและเข้าได้กับทุกกลุ่ม ปรับตัวกับสถานการณ์ได้ดี ให้คำแนะนำคำสอนที่มีประโยชน์แก่นักการเมืองรุ่นหลัง ทุกวันนี้ผมกับพี่ต้อยเราก็ติดต่อสนทนากันด้วยความเป็นพี่น้องอย่างอบอุ่น จึงจะเป็นการเมืองที่ก้าวข้ามความขัดแย้งที่แท้จริง”


