posttoday
กลัวต่างชาติจ้องฮุบชาวบ้านพร้อมตั้งวิสาหกิจชุมชนหากใบพืชกระท่อมถูกกฎหมาย

กลัวต่างชาติจ้องฮุบชาวบ้านพร้อมตั้งวิสาหกิจชุมชนหากใบพืชกระท่อมถูกกฎหมาย

26 ธันวาคม 2561

สุราษฎร์ธานี-กำนันดังเจ้าของพื้นที่ปลูกพืชกระท่อมเผยชาวบ้านพร้อมตั้งวิสากิจชุมชนรองรับทันที ขณะนี้มี7บริษัทยาต่างชาติจ้องฮุบผลประโยชน์จากการใช้ภูมิปัญญาของไทย

สุราษฎร์ธานี-กำนันดังเจ้าของพื้นที่ปลูกพืชกระท่อมเผยชาวบ้านพร้อมตั้งวิสากิจชุมชนรองรับทันที ขณะนี้มี7บริษัทยาต่างชาติจ้องฮุบผลประโยชน์จากการใช้ภูมิปัญญาของไทย

สิบโทสงคราม บัวทอง กำนัน ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตามที่สนช.ผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ มีสาระสำคัญอนุญาตให้กัญชาและกระท่อม สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และรักษาโรคภายใต้การควบคุมดูแลทางการแพทย์ได้นั้น

สำนักงาน ปปส.ได้กำหนดให้พื้นที่ ต.น้ำพุ เป็นพื้นที่ควบคุมการปลูกพืชกระท่อมเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับใช้ประโยชน์จากใบพืชกระท่อมได้เตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาเป็นธุรกิจและได้ขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ภายใต้ชื่อ"ประชาคมตำบลน้ำพุ"มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการทดลองวิจัยพืชกระท่อม 655 ครัวเรือน มีพืชกระท่อมพร้อมเก็บเกี่ยว 1,578 ต้น ให้ผลผลิต ประมาณ 36,560กิโลกรัม ต่อเดือน หากประกาศเป็นกฎหมายจะดำเนินการได้ทันที

กลัวต่างชาติจ้องฮุบชาวบ้านพร้อมตั้งวิสาหกิจชุมชนหากใบพืชกระท่อมถูกกฎหมาย

สิบโทสงคราม กล่าวว่า สิ่งที่กำลังกังวลหลังจากผ่านร่างกฎหมายคล้ายจะเกิดประโยชน์กับประเทศไทย และประชาชน แต่ความจริงทราบว่า ขณะนี้มีบริษัทยาต่างชาติอย่างน้อย 7 บริษัทเป็นเจ้าของสิทธิบัตรและจะได้ผลประโยชน์จากการใช้ภูมิปัญญาของประเทศไทย

"ซึ่งประชาคมตำบลน้ำพุ ได้หารือร่วมกันและจะยื่นขอจดสิทธิบัตรเพื่อให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของสิทธิบัตรอย่างแท้จริง และหากกฏหมายออกมาเป็นไปในแนวทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทยาต่างชาติชาวบ้านคงยอมไม่ได้ "สิบโทสงครามกล่าว

ด้านนายพีระ กาญจนพงษ์ ผอ.ปปส.ภาค 8 กล่าวว่า ขณะนี้ยังถือว่าพืชกระท่อม เป็นยาเสพติดประเภท 5 ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องดูรายละเอียดร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดว่ามีขอบเขตการครอบครองและเพาะปลูกได้เพียงใดทั้งสายพันธุ์ ,พื้นที่เพาะปลูก และลักษณะของการเพาะปลูก โดยพื้นที่ ต.น้ำพุ สำนักงาน ปปส.ได้ขออนุญาตเพื่อทำการวิจัย และขึ้นทะเบียนไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆเพิ่มเติมได้

"ยังคงควบคุมพื้นที่ ปริมาณต้น และการใช้ประโยชน์จากใบกระท่อมที่เด็ดเคี้ยวจากต้นเท่านั้น ส่วนงานวิจัยเบื้องต้นมีผลสรุปเพียงการใช้สารไมตาซีมีนในพืชกระท่อมที่สามารถทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง และลดภาวะน้ำตาลในเลือด และแนวทางการพัฒนาทำได้เพียงผงกระท่อมในแคปซูล หากใช้วิธีสกัดสารจะต้องใช้เทคโนโลยีที่ค่อนข้างสูงและมีราคาแพง " นายพีระ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย