ภูมิธรรมหนุนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้เบอร์เดียวทั้งหมด
"ภูมิธรรม" หนุน ใช้ผู้สมัครเบอร์เดียวทั้งหมด แนะให้ต่างชาติสังเกตการณ์เพิ่มความเชื่อมั่น เหน็บไม่เก่งเท่าพรรคที่ระดมทุนโดยการขายโต๊ะละ 3 ล้าน- เก้าอี้ตัวละ 3 แสน
"ภูมิธรรม" หนุน ใช้ผู้สมัครเบอร์เดียวทั้งหมด แนะให้ต่างชาติสังเกตการณ์เพิ่มความเชื่อมั่น เหน็บไม่เก่งเท่าพรรคที่ระดมทุนโดยการขายโต๊ะละ 3 ล้าน- เก้าอี้ตัวละ 3 แสน
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคพท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีข้อเสนอถึงกกต. และนายกฯให้ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายเพื่อให้พรรคการเมืองใช้พรรคเดียวเบอร์เดียว ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ที่ใช้บัตรใบเดียวนั้นสะท้อนการตัดสินใจ 3 เรื่องด้วยกันคือ 1.เลือกนายกฯ 2.เลือกพรรคการเมืองที่จะไปกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน และ 3.เลือกตัวผู้แทนราษฎร ดังนั้น กาครั้งเดียวได้ทั้ง 3 อย่าง ตรงนี้จึงสำคัญ การให้ผู้สมัครแต่ละคนมีเบอร์ของตัวเองนั้นสร้างความสับสน และไม่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนได้ ทั้งนี้ การมีเบอร์เดียวนั้นจะทำให้ง่ายทั้งการปฏิบัติ การจัดการ การพิมพ์บัตร และการที่พี่น้องประชาชนจะตัดสินใจ จะเลือกพรรคไหนก็ง่ายเหมือนกัน
ส่วนที่มีการห่วงว่าการจะใช้เบอร์เดียวอาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายแล้วทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปนั้น ตนเห็นว่าในแง่เทคนิคทางกฎหมายรัฐบาลมีช่องทางที่จะดำเนินการอยู่แล้ว สามารถนำเข้าสภาเพื่อพิจารณาทั้ง 3 วาระก็ได้ และกกต.ควรทำหน้าที่นี้อย่าให้คนรู้สึกว่ากกต. ไม่เห็นประโยชน์ของประเทศ และไม่เป็นกลาง และถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าที่ผ่านมาท่านบริการประเทศได้ดี และมีพี่น้องประชาชนสนับสนุนจำนวนมาก ยิ่งใช้เบอร์เดียวจะยิ่งดีสำหรับรัฐบาล
เมื่อถามถึงกรณีการไม่ให้ผู้สังเกตการเลือกตั้งจากต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนฟังข่าวแล้วไม่เข้าใจเหตุผลของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยมากที่สุด เพราะการที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามาไม่ใช่เรื่องผิดปกของประเทศประชาธิปไตย การที่องค์กรต่างๆอยากเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งยิ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจ เป็นผลดีกับประเทศโดยรวม และจะทำให้ผลการเลือกตั้งที่จะออกมาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ตนไม่ทราบว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลัวอะไร เขาไม่ได้เข้ามาแทรกแซง เพียงแต่เขาเข้ามาดู และประเทศอื่นๆที่เป็นประชาธิปไตยก็ยอมรับ ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นเป็นสินทรัพย์สำคัญที่จะสร้างมูลค่าให้กับประเทศต่อไปในอนาคต ตนคิดว่าควรจะเปิดโอกาสให้เขาเข้ามา โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลไม่การตรวจสอบ ไม่มีการถ่วงดุล ยิ่งต้องทำให้ความโปร่งใสตรงนี้ชัดเจน การพยายามปกปิดต่างหากที่สร้างความหวาดระแวง
นายภูมิธรรม กล่าวว่า สถานการณ์ต่างๆของประเทศ หลายปีที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนมาก และวันนี้แบงก์ชาติประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก สะท้อนให้เห็นว่าหนี้ครัวเรือนเรากำลังสูงมาก เป็นสัญญาณที่ส่ออันตราย พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญปัญหา โดยเราจะสรุปให้เห็นว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไร เกิดจากความไม่เข้าใจในการบริหารประเทศ และวิสัยทัศน์ที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และความไม่เป็นมืออาชีพ ทั้งนี้ สำหรับการประชุมผู้สมัครของพรรคในวันที่ 21 ธันวาคม จะเป็นการเอารายชื่อเซ็ตแรกมาดู และช่วงบ่ายจะมีประชุมคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณารอบที่ 2 คาดว่าอย่างช้าต้นปีหน้าจะตอบได้ว่าเราจะส่งผู้สมัครกี่ที่ และเมื่อมีกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมาเราจะประกาศ 3 รายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ
เมื่อถามถึงการระดมทุนของพรรคพท. นายภูมธรรม กล่าวว่า จริงๆเป็นเรื่องที่ควรทำ และควรมีรูปแบบที่หลากหลาย แต่การระดมทุนที่เราจะทำคงไม่เหมือนกับที่รัฐ หรือพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำ เพราะเหมือนเขาจะมีญาณวิเศษที่รู้ว่าเขาจะทำอะไรได้บ้างจึงสามารถมีการจองที่จองทางก่อนจะมีการปลดล็อกได้ แต่พรรคการเมืองต่างๆทำได้ยากมาก เพราะเราไม่มีโอกาสรู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง พอเมื่อปลดล็อกก็ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ก็เต็มหมด และตามกฎหมายใหม่การระดมทุนครั้งนี้ตามรูปธรรมจะสามารถทำได้ก่อนที่กฤษฎีกาเลือกตั้งจะออกหรือไม่ รูปแบบเฉพาะหน้าเราจึงต้องทำในรูปแบบของการบริจาค หลังจากนี้ก็จะดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่คงไม่มีศักยภาพพอที่จะทำได้เท่ารัฐบาลที่ขายโต๊ะละ 3 ล้านบาท ซื้อบัตรเข้ามานั่งทานอาหารที่ละ 3 แสนบาท อันนี้สวนทางกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่กำลังยากลำบาก ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ
เมื่อถามว่า มีคนเสนอให้ป.ป.ช.เขาไปตรวจสอบข้าราชการที่เข้าไปซื้อโต๊ะ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นสิ่งที่ควรเข้าไปตรวจ เพราะเป็นสิ่งที่ผิดปกติ ตนนึกถึงตัวเองที่ไม่ใช่คนยากลำบากจะให้ควักเงิน 3 แสนบาทไปนั่งทางอาหารยังคิดเยอะเลย แต่นี่สามารถทำได้ถึง 200 โต๊ะ มีคนถึง 2 พันคนที่ยอมควักเงิน 3 แสนไปนั่งทานอาหารมือหนึ่ง ก็เป็นเรื่องพิเศษที่กกต.ควรเข้าไปตรวจสอบ







