posttoday
สุเทพ คัมแบ็กดึงรัฐบาลอยู่ยาว

สุเทพ คัมแบ็กดึงรัฐบาลอยู่ยาว

29 ตุลาคม 2553

ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 วันเสาร์ที่ 30 ต.ค.นี้ ดูจะแบเบอร์ตั้งแต่ประกาศตัวประกบคู่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จากพรรคประชาธิปัตย์ และ “วรวุฒิ วิชัยดิษฐ” จากพรรคเพื่อไทย

ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 วันเสาร์ที่ 30 ต.ค.นี้ ดูจะแบเบอร์ตั้งแต่ประกาศตัวประกบคู่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จากพรรคประชาธิปัตย์ และ “วรวุฒิ วิชัยดิษฐ” จากพรรคเพื่อไทย

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ศึกเลือกตั้งซ่อม สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 วันเสาร์ที่ 30 ต.ค.นี้ ดูจะแบเบอร์ตั้งแต่ประกาศตัวประกบคู่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จากพรรคประชาธิปัตย์ และ “วรวุฒิ วิชัยดิษฐ” จากพรรคเพื่อไทย

สุเทพ คัมแบ็กดึงรัฐบาลอยู่ยาว

เมื่อเห็นชัดถึงความแตกต่างระหว่างผู้สมัครสองพรรคใหญ่ที่ลงชิงเก้าอี้เดิมของ “ชุมพล กาญจนะ” ซึ่งตกเก้าอี้ด้วยโทษแบน 5 ปี ตามคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินไม่ครบถ้วน

การยอมทิ้งเก้าอี้รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง มาลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง หลังจากโชว์สปิริตลาออกจาก สส. เมื่อ กกต.ชี้มูลว่ามีความผิดในการถือครองหุ้นต้องห้าม

นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง สส.ในพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเหนียวแน่นอีกครั้ง ยังถูกตีความว่าอาจเป็นแผนการสำรองปูทางสู่เก้าอี้นายกฯ ในกรณีฉุกเฉิน

งานนี้จึงทำให้ “วรวุฒิ” คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยที่แพ้ทุกประตูทำใจตั้งแต่ก่อนลงรับสมัคร สโลแกน “หยุดผูกขาดสุราษฎร์ธานี” ที่พรรคเพื่อไทยหยิบยกมาหาเสียงครั้งนี้จึงไม่ได้หวังไปที่ “ชัยชนะ” สะท้อนได้จากความคิดเห็นที่ประกาศตัวยอมรับความจริงของแกนนำ

“สนามนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรจะเสีย แค่มีโอกาสส่งผู้สมัครลงไปเจาะพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าคุ้มแล้ว” ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

“ยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ต้น แต่ชัยชนะของนายวรวุฒิ คือการได้บอกความจริงให้กับประชาชนภาคใต้รับทราบ การเริ่มต้นต่อสู้ครั้งนี้กล้าประกาศว่าจะแพ้ แต่กล้าที่จะสู้” จตุพร พรหมพันธุ์ กล่าว

ไม่แปลกที่แกนนำพรรคเพื่อไทยจะไม่ทุ่มเท “สรรพกำลัง” ลงไปเต็มที่ เพื่อห้ำหั่นชิงชัยในสนามที่ไม่มีโอกาสชนะ ยิ่งในช่วง “อีสาน” ฐานหลักของพรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม การลงพื้นที่ไปช่วยหาเสียงยิ่งเป็นไปได้ยาก

ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์เจ้าของพื้นที่กลับยังไม่ประมาท ทั้งการลงพื้นที่หาเสียงของ “สุเทพ” อย่างต่อเนื่อง พร้อมขนแกนนำ ลูกพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ถ้าไม่ติดน้ำท่วมและภารกิจเยือนเวียดนาม นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงต้องลงหาเสียงในโค้งสุดท้ายนี้

สิ่งที่ประชาธิปัตย์กลัวที่สุดอยู่ที่การร้องเรียน และอาจจะเป็นปัญหาทั้ง “ใบแดง” และในฐานะกรรมการบริหารพรรค หากพลาดพลั้งขึ้นมาจริงๆ อาจถึงขั้นนำไปสู่การยื่นยุบพรรค
เที่ยวนี้จึงสั่งทีมงานระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว สกัดไม่ให้มีปัญหาตามมา

เมื่ออย่างไรเสีย “สุเทพ” ก็แบเบอร์ รอวัน กกต.รับรองประกาศเข้าสภาอยู่แล้ว แม้จะมี “แผล” เรื่องที่ดินเขาแพง แต่ก็ไม่ส่งผลถึงขั้นทำให้ “วรวุฒิ” เบียดขึ้นมาเป็นผู้แทนสุราษฎร์ธานี

เวลานี้ผลการเลือกตั้งจึงไม่ใช่ประเด็นที่ถูกจับตามองอีกต่อไป เมื่อปรากฏการณ์ “สุเทพ คัมแบ็ก” กำลังจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางการเมืองหลังจากนี้

ไล่มาตั้งแต่การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อย่างไรเสีย นายกฯ ก็ต้องคืนสถานะให้ “สุเทพ” ที่กำลังขาลอยไร้ตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จนส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลระอุขึ้นหลายระลอกในช่วง “ผู้จัดการรัฐบาล” หายหน้าไป

โอกาสนี้จึงเหมาะสมที่สุดกับการ “ปะผุ” ครม. เมื่อช่วงที่ผ่านมา มีตำแหน่งที่ทั้งช้ำ ทั้งฝืด

สอดรับกับสัญญาณก่อนหน้านี้ที่ “ประชาธิปัตย์”  คิดถีบ “ภูมิใจไทย” ตัดตอนเรื่องฉาวทั้งหลายที่เกิดขึ้นไม่ให้กระทบมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมต่อสายดึงกลุ่ม 3พี เข้ามาอุดช่องโหว่

ล่าสุดยังชัดเจนว่า “ภูมิใจไทย” ที่แม้จะเปิดศึกกระทบกระทั่งกับ “ประชาธิปัตย์” หลายกรรมหลายวาระ แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันลงตัวและยังเหนียวแน่นต่อไปในช่วงเวลานี้

ทว่าการดำเนินการคานอำนาจ “ภูมิใจไทย” ด้วยการเพิ่มบทบาทให้กับ “เพื่อแผ่นดิน” ผ่านการขยับกระทรวงให้ ไชยยศ จิรเมธากร มีตำแหน่งใหญ่กว่า รมช.ศึกษาธิการ เพื่อให้ดึงเสียงจากเพื่อแผ่นดินที่กระจายอยู่มาหนุนรัฐบาล ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรอง

เสียงสะท้อนผ่านหมอภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังเชื่อว่า สัปดาห์หน้า “อภิสิทธิ์” จะปรับใหญ่ ครม. ภายหลังการเลือกตั้งซ่อมสุราษฎร์ธานี

พร้อมโยนหินหยั่งกระแส ดัน “สุเทพ” เสียบตำแหน่ง มท.1 ฟื้นฟูกระแสนิยมที่กำลังเป็นเป้าถูกโจมตีต่อเนื่อง และโยกปู่จิ้น ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ไปนั่งรองนายกฯ ดูแลกระทรวงในสังกัดพรรคภูมิใจไทย คือ คมนาคม และพาณิชย์

ช่วงตั้งแต่หลังสัปดาห์หน้าเป็นต้นไปจึงน่าจะ “ฝุ่นตลบ” อีกรอบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ครม. ทั้งในส่วนของพรรคร่วมหรือพรรคประชาธิปัตย์เอง เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ยิ่งหลังจาก “อภิสิทธิ์” ประกาศเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเต็มสูบ ด้วยการยึดข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่มี สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน

ตามมาด้วยการยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในปีหน้าแน่นอน ด้วยแนวคิดลึกๆว่า หากผ่านพ้นคดียุบพรรคแล้วประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ ก็จะยุบสภาให้มีการเลือกตั้งต้นปีหน้า

“ผมเคยพูดชัดเจนว่าผมอยากจะแพ้การเลือกตั้งที่ทำให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบสุขมากกว่าชนะการเลือกตั้งแล้วเกิดเหตุรุนแรง เพราะฉะนั้น ก็หวังว่าปีหน้ามีการเลือกตั้งและเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะทำให้เรื่องทางการเมืองมีความเป็นเสถียรภาพและกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น”

แต่จุดนี้ยังเห็นต่างกับผู้จัดการรัฐบาล อย่าง “สุเทพ” ที่กลับมาเที่ยวนี้ น่าจะยื้ออายุรัฐบาลออกไปอีกยาว อย่างน้อยก็ต้องพ้นเดือน ก.ย. ถึงจะปล่อยให้มีการยุบสภา

การกลับมาของ “สุเทพ” เที่ยวนี้จึงเป็นอีกจังหวะสำคัญสำหรับรัฐบาลในการพารัฐบาลหาทางลง เพื่อรับมือการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ไม่รู้ว่าจะเร็วแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69