posttoday
สศช.โต้เหลื่อมล้ำ ไทยไม่ใช่อันดับ1

สศช.โต้เหลื่อมล้ำ ไทยไม่ใช่อันดับ1

08 ธันวาคม 2561

สภาพัฒน์แจงไทยทำตัวชี้วัดอิงมาตรฐานธนาคารโลกอยู่ลำดับ 40 จาก 67 ประเทศ

สภาพัฒน์แจงไทยทำตัวชี้วัดอิงมาตรฐานธนาคารโลกอยู่ลำดับ 40 จาก 67 ประเทศ

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลความเหลื่อมล้ำในประเทศต่างๆ โดยอ้างอิงข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018 และมีการหยิบยกมาอ้างในสังคมออนไลน์นั้น เป็นการจัดทำข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ประเทศไทย ไม่ได้จัดเก็บแต่หยิบยกข้อมูลใกล้เคียงมาใช้และเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี 2549 และเป็นการเก็บข้อมูลเพียง 35 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงค์โปร์ และจีน

อย่างไรก็ตาม สศช.ติดตามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของประเทศมาตั้งแต่ปี 2531 มีการวัดความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย เก็บข้อมูลโดยใช้มาตรฐานของธนาคารโลก ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้วัดกับ 110 ประเทศทั่วโลก ซึ่งข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2558 ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยอยู่อันดับที่ 40 จาก 67 ประเทศ ปรับตัวดีขึ้นจากในปี 2556 ที่อยู่ในอันดับ 46 จาก 73 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ การวัดความเหลื่อมล้ำของธนาคารโลกจะใช้การวัดจากดัชนีค่าสัมประสิทธิ์ความเหลื่อมล้ำ (GINI Coefficient Index) ซึ่งยิ่งมีค่าต่ำแสดงว่าความเหลื่อมล้ำลดลง โดยในปี 2560 พบว่าค่า GINI ของไทยด้านรายได้อยู่ที่ 0.435 ลดลงจากปี 2550 ที่ 0.499 ส่วน GINI ด้านรายจ่ายอยู่ที่ 0.364 ลดลงจาก 0.398 ในปี 2550 และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่นอังกฤษ ที่มีค่า GINI อยู่ที่ 0.33 และสหรัฐอเมริกา มีค่า GINI อยู่ที่ 0.41

นอกจากนั้น ในเรื่องของสถานการณ์ด้านความแตกต่างของรายได้ระหว่างกลุ่มประชากรที่มีรายได้สูงที่สุดและกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อยที่สุด มีแนวโน้มแคบลงจาก 25.1 เท่าในปี 2550 เป็น 19.29 เท่าในปี 2560 และความแตกต่างของรายจ่ายแคบลงจาก 11.7 เท่าในปี 2550 เป็น 9.32 เท่าในปี 2560 ดังนั้นหากอ้างอิงตามมาตรฐานสากลแล้วความเหลื่อมล้ำของไทยไม่ได้อยู่ในอันดับ 1 ของโลก

นายดนุชา กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เห็นได้จากการดำเนินการผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชากรในกลุ่มที่มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีการ กระจายรายได้ไปสู่ประชากรกลุ่มต่างๆ ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำลดลงได้ และภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเทศไทยมีเป้าหมายว่า ในปี 2580 ช่องว่างทางรายได้ของประชากรที่รวยที่สุดกับจนที่สุดจะอยู่ที่ระดับไม่เกิน 15 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 19 เท่า ขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์ GINI ด้านรายได้ที่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.43 จะลดลงเหลือ 0.36

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว