
หม่อมอุ๋ยห่วงฟองสบู่แตก
ม.ร.ว.ปรีดิยาธรระดมเงินสมองแก้ค่าเงินบาทแข็ง
ม.ร.ว.ปรีดิยาธรระดมเงินสมองแก้ค่าเงินบาทแข็ง
หม่อมอุ๋ยห่วงเงินร้อนเป่าฟองสบู่ในหุ้นอสังหาแนะเก็บภาษีเงินต้นลงทุนพันธบัตร “ศุภรัตน์”เสนอดึงเงินทุนสำรองแบงก์ชาติมาลงทุน ด้านสอท. ขอรัฐสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตฯ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการสัมมนาความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยกับการเติบโตของจีดีพี ปี 2554 ว่า ขณะนี้เริ่มมองเห็นสัญญาณภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นและภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และในตลาดหลักทรัพย์แล้วแต่ยังไม่รุนแรง
ทั้งนี้ ในช่วงเดือน มิ.ย.ก.ย. มีเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยมากที่สุดประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สูงเท่ากับปี 2551 ทั้งปี ซึ่งรัฐบาลต้องใส่ใจกับปัญหาดังกล่าวด้วย
สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทยจะยังแข็งค่าต่อไปอีก12 ปี เนื่องจากค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าจากการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐที่ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเกือบ 0%
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เสนอว่า การแก้ไขปัญหาระยะสั้นควรใช้มาตรการภาษี ด้วยการเก็บภาษีเงินต้นที่นำมาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ดีกว่าที่จะแค่เก็บภาษีจากกำไรและดอกเบี้ยจากการลงทุนในพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ มองว่าเริ่มเห็นสัญญาณภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นและภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังไม่รุนแรง ซึ่งในช่วงเดือนมิ.ย.ก.ย. มีเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยมากที่สุดประมาณ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงเท่ากับปี 2551 ทั้งปี ซึ่งรัฐบาลต้องใส่ใจกับปัญหาดังกล่าวด้วย
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การที่สหรัฐฯจะมีการใช้นโยบายลดดอกเบี้ยและมาตรการ QE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะยิ่งทำให้เกิดเงินทุนไหลเข้ามาในเอเชีย รวมถึงในไทยมากขึ้น ขณะที่ไทยใช้นโยบายตรึงดอกเบี้ยทำให้ช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศกว้างขึ้น ก็เป็นการช่วยชะลอให้เงินหยุดไหลเข้าได้ในระยะหนึ่ง แต่มองว่าการที่จะใช้นโยบายให้เงินบาทหยุดแข็งค่าคงเป็นไปไม่ได้
ดังนั้น มาตรการที่จะทำคือควรจะชะลอเรื่องเงินทุนไหลเข้า เพื่อให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ส่งออกได้มีการปรับตัว ไม่ควรรอจนผู้ส่งออกไม่สามารถปรับตัวได้ และในที่สุดจะไม่มีผู้ส่งออกอยู่ในประเทศ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ผู้ส่งออกมีส่วนสำคัญในการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามา ดังนั้นรัฐบาลควรจะมีความเข้าใจความรุนแรงของปัญหา ขณะเดียวกันแม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการต่อสู้ค่าเงินแล้ว แต่คงไม่สามารถทำได้ตลอด มองว่าเงินทุนไหลเข้ามาจากหลายทางทั้งเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้
"เงินทุนไหลเข้าที่เข้ามาลงทุนตลาดตราสารหนี้มีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงเห็นว่ารัฐบาลควรจะใช้วิธีการชะลอเรื่องของเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยใช้วิธีการเก็บภาษีจากเงินต้นที่เข้ามาลงทุนพันธบัตร ซึ่งหลายประเทศได้ทำไปแล้ว เช่น บราซิลได้ทำไปแล้วถึง 2 รอบ เก็บภาษี4% และล่าสุดปรับเป็น 6%ซึ่งจะเป็นวิธีการที่ชะลอเงินทุนไหลเข้า และมีผลต่อเศรษฐกิจ ซึ่งวิธีการใช้ Capital control ถือเป็นเรื่องที่ถูกหลักเกณฑ์ทางเศรษฐกิจ"ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว
“ปัญหาเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศจำนวนมาก ทำให้มีสภาพคล่องมากเกินไปจะกลายเป็นปัญหา ซี่งขณะนี้ในส่วนของไทยเริ่มส่งสัญญาณในเรื่องของราคาทรัพย์สินที่เป็นฟองสบู่แล้ว เนื่องจากมีเงินทุนไหลเข้ามามาก ทั้งในด้านตลาดหุ้นเห็นได้ว่าดัชนีหุ้นเมื่อเดือน พ.ค. อยู่ที่ 760 จุด แต่ตอนนี้เกือบ 1,000 จุด เพิ่มขึ้นถึง 30% ในเวลา 4 เดือน หากไม่แก้ไขรอให้ฟองสบู่แตกขณะเดียวกันในภาคอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มเห็นการเกิดฟองสบู่แล้วเช่นกัน มองว่าตราบใดที่ยังมีเงินทุนไหลเข้ามาอีกอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข
“วันนี้ปัญหาเงินทุนไหลเข้าหากปล่อยเป็นปัญหาหนัก ซึ่งยังไม่รู้จะเกิดในปีนี้ปีหน้าจะแก้ไขได้ยาก ขณะที่เงินทุนที่ไหลเข้ามา หากให้ธปท.ต่อสู้ คงสู้ได้ไม่ไหวมากนัก ดังนั้นการที่รัฐบาลจะออกมาแก้ปัญหาชะลอ ควรจะเข้าไปดูตลาดพันธบัตร ซึ่งมีเงินไหลเข้ามาลงทุนมาก ขณะที่ตลาดหุ้น ควรปล่อยให้ ธปท.เข้าไปดูแลต่อสู้ค่าเงินในส่วนนี้แทน เพราะมีจำนวนไม่มาก"ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ทั้ง 2 วิธีการ จะทำให้ชะลอเงินทุนไหลเข้าและจะเป็นโอกาสให้ผู้ส่งออกได้ปรับตัว ซึ่งปัญหาฟองสบู่ ควรต้องเร่งเข้ามาแก้ไข หากปล่อยไปอีก 6 เดือนอาจเกิดปัญหามาก ในช่วง 6 เดือนควรให้ผู้ส่งออกมีเวลาปรับตัวได้
ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก ซึ่งภาครัฐควรจะต้องประคองค่าเงินให้ค่อยๆแข็งค่าเพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาการปรับตัว และสามารถรักษาระดับการส่งออกไว้ ไม่ให้ลดลงมากนัก เพราะจะกระทบกับการบริโภค และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต
"ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่แทรกแซงเต็มที่อยู่แล้ว ซึ่งภาครัฐและผู้อำนาจอื่นควรจะเข้ามาช่วยออกมาตรการต่างๆที่จะสกัดเงินทุนไหลเข้ามา โดยเฉพาะเชื่อว่าในเร็วๆนี้รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตราการQE มาอีกระลอกหนึ่งซึ่งหนีไม่พ้นที่จะทำให้เงินไหลเข้ามาและกระทบให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีก " ม.ร.ว. ปรีดิยาธรกล่าว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวถึง มาตราการที่รัฐบาลที่จะการชดเชยผลกระทบให้กับประชาชน จากภัยน้ำท่วม ครอบครัวละ 5,000 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการจ่ายชดเชยผ่านบัญชีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) เพราะจะทำให้เม็ดเงินถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง เป็นการรักษาการบริโภคในประเทศไว้ เพราะหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ ผลกระทบจากความเสียหายจากภัยน้ำท่วมจะทำให้การบริโภคในประเทศหมดไป เศรษฐกิจไม่สามารถขยายตัวได้ ซึ่งจะรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ รัฐบาล จะต้องเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะจากงบประมาณลงทุนโครงการไทยเข้มแข็ง ที่มีการตั้งงบประมาณแต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้อย่างเต็มที่ และมีสัญญาณของการคอร์รัปชั่น จะต้องมีการแก้ไขและเบิกจ่ายให้ได้ เพื่อทดแทนการส่งออกที่คาดว่า จะขยายตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล รองประธานคณะกรรมการบริหารการเงินและกรรมการการลงทุนเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงภาระการขาดทุนของ ธปท. การเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาท ซึ่งคาดว่าตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นปี ธปท.มีภาระการขาดทุนไม่ต่ำกว่า 4.5 แสนล้านบาท เนื่องจาก ธปท.ใช้เงินทุนสำรองแทรกแซงค่าเงินบาท 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐโดยในต้นปีค่าเงินบาท 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และปลายปีค่าเงินแข็งค่าอยู่ที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือขาดทุน 3 บาท ต่อแหรียญสหรัฐ ซึ่งมีความคิดเห็นธปท.ควรที่จะนำเงินที่แทรกแซงค่าเงินบาทให้ก่อประโยชน์ ทั้งนี้ได้เสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งดังนี้ประการแรก เสนอให้ธปท. นำเงินสำรองระหว่างประเทศ 1.68แสนล้านเหรียญสหรัฐที่หาผลตอบแทนได้น้อยให้รัฐบาลกู้มาตั้งกองทุนมั่งคั่งเพื่อหาผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยมีการตกลงอัตราผลตอบแทนให้ดี ประการสอง ช่วยเอกชนให้สิทธิประโยชน์ภาษี หักค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่งอีก 25%เพื่อจูงใจเอกชนลงทุนโดยการทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง ประการที่สาม ปรับนโยบายลงทุนในประเทศโดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ยกเว้นภาษีลงทุนในประเทศให้เฉพาะอุตสาหกรรมที่สำคัญกับประเทศ เพราะประเทศไทยไม่ต้องการทุนต่างประเทศมากแล้วประการที่สี่ ส่งเสริมให้คนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ
ประการที่ห้า ปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมโดยใช้หลักอาณาเขต กล่าวคือ บริษัทหรือบุคคลหากมีถิ่นที่อยู่ในไทย ต้องเสียภาษีให้ไทยโดยใช้แหล่งเงินได้เป็นตัวตั้ง จากระบบปัจจุบันบริษัทเหล่านี้ต้องเสียภาษีสองต่อทั้งในประเทศและนอกประเทศ แม้ว่าจะมีสัญญาเก็บภาษีซ้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เสียภาษีน้อยลง
นอกจากนั้นควรยกเว้นภาษีเงินปันผลระหว่างบริษัทให้เท่ากัน โดยหากทำภายในเดือนพ.ย.ยังทำทันโดยการออกพระราชกำหนด 12ฉบับ และกฏกระทรวง 12ฉบับก็ได้แล้ว
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมไทย ในปีหน้า ปัจจัยเสี่ยงอันดับแรก ยังคงเป็นปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท ที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเคลื่อนย้ายกระแสเงินทุนอย่างรวดเร็ว อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มขาขึ้น และสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะเป็นผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ส่งออก นอกจากนี้ยังมีปัญหากฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและทัศนคติกับการอยู่รวมระหว่างอุตสาหกรรม และชุมชน
ทั้งนี้รัฐบาลควรเข้ามาสนับสนุนจัดตั้งกองทุนเพื่อให้ภาคเอกชนกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ หรือยกเว้นอัตราดอกเบี้ย 2 ปี เพื่อที่จะนำมาปรับปรุงเทคโนโลยี สร้างขีดความสามารถการแข่งขัน
สำหรับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยต่อภาคอุตสาหกรรม ว่า ล่าสุดยังไม่มีผลกระทบ เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และเตรียมป้องกันปัญหาอุทกภัยไว้แล้ว และยังไม่มีรายใดรายงานเพื่อขอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่อาจจะกระทบต่อการลดกำลังการผลิตลงจากแรงงานที่เดินทางเข้าไปไม่ถึง นอกจากนี้ยังมีการหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการยานยนต์ ชิ้นส่วน กลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตร กลุ่มไฟฟ้า ถึงแนวทางการเข้าไปให้ความช่วยเหลือหลังน้ำลด เช่น การลดค่าอะไหล่ ลดค่าแรง 2030 %เป็นต้น
ส่วนแนวคิดการปรับโครงสร้างราคาสินค้าให้มีความเป็นธรรมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มองว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึงกลไกตลาด และต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ ซึ่งต้องการกำไรในการดำเนินธุรกิจเช่นกัน







