
ชาวเมืองโอ่งฮือไล่พระประพฤติตัวไม่เหมาะสม
ชาวเมืองราชบุรียกขบวนขับไล่เจ้าสำนักสงฆ์อ้างประพฤติตัวไม่เหมาะสม
ชาวเมืองราชบุรียกขบวนขับไล่เจ้าสำนักสงฆ์อ้างประพฤติตัวไม่เหมาะสม
ชาวบ้านคอเขา หมู่ 15 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กว่า 50 คน รวมตัวบริเวณหน้าสำนักสงฆ์ยายเบ้า ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านพร้อมกับถือป้ายประท้วงขับไล่ หลวงพ่อดำ กิตตินะโม อายุ 66 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ยายเบ้า โดยอ้างว่าหลวงพ่อดำนั้นไม่ยอมปฎิบัติกิจของสงฆ์ ทั้งเรื่องของการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและเย็น นอกจากนี้ยังขับไล่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับวัดไม่ให้เข้ามาทำบุญที่วัด ขับรถวัดออกไปทำธุระส่วนตัวในช่วงเวลากลางคืนแล้วกลับเกือบช่วงเช้าเป็นประจำ เปิดเพลงเสียงดังจนชาวบ้านเอือมระอาและมีการเข้าไปตักเตือนก็ถูกไล่ออกมาจนมีการสั่งการห้ามเข้าไปในสำนักสงฆ์อีก
ล่าสุดนั้นชาวบ้านอ้างว่าหลวงพ่อดำตั้งใจจะขับรถชนชาวบ้านที่ยืนอยู่ข้างถนนทางเข้าวัด จนต้องมีการเบี่ยงตัวหลบ ซึ่งยังมีเรื่องต่างอีกมากที่ชาวบ้านทนไม่ได้และต้องการให้หลวงพ่อดำย้ายออกไปอยู่ที่วัดอื่นภายในวันนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ.จอมบึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รวมทั้งปลัดฝ่ายป้องกันของอ.จอมบึงต้องออกมาช่วยกันระงับเหตุดังกล่าวและนิมนต์พระครูรัตนกิตติวัฒน์ เจ้าคณะตำบลรางบัว-เบิกไพร และเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองปรือมาร่วมตัดสินในเรื่องดังกล่าว
หลวงพ่อดำ เจ้าสำนักสงฆ์ยายเบ้า กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นในช่วงเย็นของวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมาได้ขับรถออกไปหาซื้อกาแฟมากิน และช่วงขับรถข้ามถนนรถเกิดแฉลบออกไปซึ่งเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจทำให้ชาวบ้านที่มีอคติต่ออาตมานั้นเข้าใจผิด ส่วนเรื่องของการทำวัตรเช้า-เย็นนั้นในช่วงกลางวันอาตมาทำงานเหนื่อยเลยไม่ได้สวดมนต์ทำวัตร
อย่างไรก็ตามเมื่อทำงานหนักช่วงกลางวันกลางคืนก็เกิดหิวเพราะความที่มีอายุมากแล้ว จึงได้กินข้าวมื้อดึก แต่ก็ไม่ใช่ทุกวัน ส่วนการเปิดเพลงนั้นก็เป็นการผ่อนคลายและเพลงที่เปิดก็เป็นเพลงธรรมะ ส่วนอีกหลายๆเรื่องนั้นก็ได้ชี้แจงให้ชาวบ้านได้ทราบไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ยอมรับในคำอธิบาย
ด้านนายประยูร จิตรงามขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 15 บ้านคอเขา ได้ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 6 คน จากคนในหมู่ 15 และในหมู่บ้านใกล้เคียงซึ่งมีหมู่ 11 และหมู่ 4 มาช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยให้เวลา 1 เดือน ถ้าตรวจสอบพบว่าหลวงพ่อดำมีพฤติกรรมดังกล่าวจริงก็ขอให้ย้ายไปอยู่วัดอื่นทันที ซึ่งในที่ประชุมซึ่งมีเจ้าคณะตำบลเป็นประธานก็ได้สั่งให้ดำเนินการไปตามนั้น
จากนั้นก็ขอให้ชาวบ้านกลับบ้าน เพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องราวใหญ่โตไปมากกว่านี้ แม้ว่าจะมีชาวบ้านบางส่วนไม่พอใจแต่ก็ยอมกลับเพื่อรอให้ครบกำหนด 1 เดือนจากนั้นก็จะกลับมาฟังคำตอบใหม่







