
มาร์คตรวจศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกทม.2
นายกรัฐมนตรี ควงม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตรวจศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกทม.2 เชื่อรับมือน้ำได้ แนะจับตาต่อเนื่องถึงเดือนหน้า สั่งผู้ว่าฯกทม.เยียวยาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ปภ.เตือน 15จว. รับมือฝนตกหนัก 27-31 ต.ค.
นายกรัฐมนตรี ควงม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตรวจศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกทม.2 เชื่อรับมือน้ำได้ แนะจับตาต่อเนื่องถึงเดือนหน้า สั่งผู้ว่าฯกทม.เยียวยาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ปภ.เตือน 15จว. รับมือฝนตกหนัก 27-31 ต.ค.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะขอรอดูสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วง 1-2 วันนี้ก่อน แต่จากการลงพื้นที่วันนี้ยังเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และหากผ่านช่วงนี้ไปแล้ว ในเดือนหน้าคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป
"จะขอรอดูอีก 1-2 วัน ถ้าระดับน้ำเป็นอย่างนี้อยู่ ไม่มีปัญหา...แม้ผ่านช่วงนี้ไปแล้ว ช่วงเดือนหน้าก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้ หลังจากการลงพื้นที่เพื่อตรวจดูการทำงานของอุโมงค์ระบายน้ำของ กทม. พบว่ายังสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี พร้อมได้ฝากให้ผู้ว่าฯ กทม.เข้าไปช่วยเยียวยาแก่ชุมชนที่อยู่อาศัยตามริมฝั่งแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบกว่าพันครัวเรือน รวมทั้งต้องจับตาสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกด้วย เนื่องจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามักประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางทางน้ำ ซึ่งหลังจากที่ปริมาณน้ำลดลงแล้วจะต้องมีการทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนการประเมินแต่ละพื้นที่ขณะนี้คงต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ ขณะที่การประเมินผลกระทบน้ำท่วมต่อตัวเลขจีดีพีปีนี้ จะได้หารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า ซึ่งยอมรับว่าหากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้รับผลกระทบ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อจีดีพี
ปภ.เตือน15จว.รับมือฝนตกหนัก27-31ต.ค.
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 15 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 27-31 ตุลาคม 2553
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ ทั้ง 15 จังหวัดให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดจากภาวะฝนหนัก
หากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานานในพื้นที่ และสังเกตพบสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ เช่น ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีสีขุ่นข้นเป็นสีเดียวกับสีดินบนภูเขา มีเสียงดังมาจากป่าต้นน้ำ เป็นต้น ให้รีบอพยพและขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพราะอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก
ส่วนคลื่นลมในทะเลห่างฝั่งบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้







