
โลกมองไทย
สื่อต่างชาติยังคงให้ความสำคัญกับเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงในรอบหลายทศวรรษ ที่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด รอยเตอร์ส รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 56 คน นอกจากนี้ยังส่งผลให้ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญ รวมทั้งอีก 33 จังหวัด จมอยู่ใต้น้ำ
สื่อชื่อดังยังตั้งคำถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นว่า จะส่งผลอย่างไรต่อปริมาณผลผลิตทางการเกษตรของไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวใหญ่ที่สุดของโลก ผู้ส่งออกยางพาราอันดับต้นๆ ของโลก รวมทั้งยังเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย
สำหรับประเด็นเรื่องความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรนั้น รอยเตอร์ส ระบุว่า สร้างความเสียหายต่อข้าวเปลือกไปแล้วอย่างน้อย 3 แสนตัน สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าความเสียหายจะอยู่ที่ 12 แสนตัน
จากสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ย่อมส่งผลกระทบให้ปริมาณการส่งออกข้าวเปลือกซึ่งเป็นผลผลิตหลักของไทยในปี 2553/2554 อยู่ที่ 22.6 ล้านตัน ลดลงจากจำนวนปกติซึ่งอยู่ที่ 23 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม อุทกภัยครั้งนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกอ้อยและยางพารามากนัก ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำตาลและยางพารา ซึ่งตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 68 ล้านตัน และ 3 ล้านตัน ตามลำดับ
นอกจากประเด็นน้ำท่วมแล้ว สื่อต่างชาติยังติดตามการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ทั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นการแวะเดินทางเยือนเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังกัมพูชา และเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน แต่บันคีมุนยังให้ความสำคัญกับประเด็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้อำนาจในขอบเขตของตัวเอง เพื่อป้องกันการนำไปสู่เหตุรุนแรงและการสูญเสีย







